Siam Blockchain
Bitcoin พบวิธีป้องกันควอนตัมแล้ว แต่เหรียญบางส่วนอาจไม่รอด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
Project Eleven พัฒนาต้นแบบที่ใช้กุญแจระดับบนของกระเป๋า BIP-32 เพื่อแยกเจ้าของตัวจริงออกจากแฮกเกอร์ แม้ทั้งคู่จะมี Private Key เดียวกัน
Key facts
- Project Eleven พัฒนาต้นแบบที่ใช้กุญแจระดับบนของกระเป๋า BIP-32 เพื่อแยกเจ้าของตัวจริงออกจากแฮกเกอร์ แม้ทั้งคู่จะมี Private Key เดียวกัน
- วิธีนี้อาจใช้ไม่ได้กับ Bitcoin ยุคแรก รวมถึงเหรียญราว 1.1 ล้าน BTC ที่เชื่อมโยงกับ Satoshi Nakamoto เพราะกระเป๋าเหล่านั้นอาจไม่มี Seed Phrase หรือ Master Key
- วิธีป้องกันดังกล่าวอยู่ในขั้นต้นแบบ และยังไม่สามารถใช้งานบนเครือข่าย Bitcoin จริงได้ในขณะนี้ รวมถึงยังไม่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเป็นทางการ
Summary
Project Eleven พัฒนาต้นแบบระบบพิสูจน์ความเป็นเจ้าของ Bitcoin เพื่อช่วยให้เจ้าของเดิมกู้เหรียญได้ แม้วันหนึ่งควอนตัมคอมพิวเตอร์จะสามารถเจาะระบบลายเซ็นและสร้าง Private Key ขึ้นมาได้ก็ตาม ระบบดังกล่าวอาศัยกุญแจระดับบนของกระเป๋า BIP-32 เพื่อแยกเจ้าของจริงออกจากแฮกเกอร์ แต่ยังไม่พร้อมใช้งานบนเครือข่ายจริง และอาจใช้ไม่ได้กับกระเป๋า Bitcoin ยุคแรก รวมถึงเหรียญราว 1.1 ล้าน BTC ของ Satoshi Nakamoto ซึ่งอาจไม่มี Seed Phrase หรือ Master Key สำหรับยืนยันสิทธิ์
Project Eleven สตาร์ทอัพด้านความปลอดภัยทางควอนตัม จึงพัฒนาต้นแบบระบบพิสูจน์ความเป็นเจ้าของรูปแบบใหม่ เพื่อให้ผู้ถือ Bitcoin สามารถกู้คืนเหรียญจากกระเป๋ารุ่นเก่าได้ แม้ระบบลายเซ็นที่ใช้อยู่จะถูกควอนตัมคอมพิวเตอร์เจาะแล้วก็ตาม
ความอันตรายจากควอนตัมคอมพิวเตอร์อาจยังไม่เกิดขึ้นในวันนี้ แต่หากเทคโนโลยีพัฒนาไปถึงจุดที่สามารถเจาะระบบลายเซ็นของ Bitcoin ได้จริง ปัญหาจะไม่ได้หยุดอยู่แค่การขโมยเหรียญ เพราะเครือข่ายอาจไม่สามารถแยกได้ว่า ใครคือเจ้าของกระเป๋าตัวจริง เมื่อทั้งเจ้าของเดิม และแฮกเกอร์ต่างมี Private Key ชุดเดียวกัน