Naewna
กลาโหมจับมือญี่ปุ่น เดินหน้าโครงการ OSA เสริมแกร่งรับมือภัยพิบัติ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กลาโหมจับมือญี่ปุ่น เดินหน้าโครงการ OSA เสริมแกร่งรับมือภัยพิบัติ
Key facts
- ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี
- การหารือครั้งสำคัญนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อติดตามสถานะการดำเนินงานของโครงการ OSA 2025 หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 และมีการลงนามความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่าง นายโอทาคา มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น
- กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชัง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
- กระทรวงกลาโหม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดบ้านต้อนรับคณะผู้แทนจากญี่ปุ่น นำโดยผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารญี่ปุ่น
Summary
การหารือครั้งสำคัญนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อติดตามสถานะการดำเนินงานของโครงการ OSA 2025 หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 และมีการลงนามความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่าง นายโอทาคา มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย และ พลเอกธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม ไปเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา อีกทั้งยังเป็นการเปิดเวทีพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการสานต่อความร่วมมือสู่โครงการ OSA 2026 ในอนาคต
กระทรวงกลาโหม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดบ้านต้อนรับคณะผู้แทนจากญี่ปุ่น นำโดยผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารญี่ปุ่น เพื่อหารือความคืบหน้าความร่วมมือด้านความมั่นคงภายใต้โครงการให้ความช่วยเหลือด้านความมั่นคงแบบให้เปล่า (Official Security Cooperation: OSA) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–17 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
โครงการ OSA ถือเป็นกลไกยุทธศาสตร์สำคัญที่ญี่ปุ่นนำมาใช้ส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศที่มีแนวคิดและมุมมองที่คล้ายคลึงกัน (Like-Minded Countries) ผ่านการสนับสนุนยุทโธปกรณ์และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งนับเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความมั่นคงระหว่างประเทศและสร้างความปลอดภัยในภูมิภาคให้มีความยั่งยืนต่อไป