Krungthep Turakij
‘ดีอาร์คองโก’ เปิดฉากส่งออก 'ลิเธียม' ป้อน 'จีน' ปลดล็อกเหมืองแร่หินแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
Business Insider Africa รายงานว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ( DRC ) ส่งออก แร่ลิเธียม เป็นครั้งแรกของประเทศ โดยมีปลายทางมุ่งหน้าสู่ประเทศ จีน ผ่านการดำเนินการของ Zijin บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเหมืองแร่สัญชาติจีน ตอกย้ำการขยายอิทธิพลของจีนในอุตสาหกรรมแร่สำคัญของแอฟริกา ท่ามกลางกระแสการตื่นตัวของชาติต่างๆ ในภูมิภาคที่พยายามจำกัดการส่งออกวัตถุดิบ เพื่อผลักดันให้เกิดการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ
Key facts
- (Resource nationalism) และมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ (Domestic value addition) ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้นำและตัวแทนจากประเทศผู้ผลิตโกโก้รายใหญ่ของแอฟริกา ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกรวมกันถึง 70% ของโลก
- โครงการมาโนโนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแหล่งทรัพยากรแร่ลิเธียมหินแข็ง (Hard-rock lithium resources) ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา เป็นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันดำเนินการภายใต้กิจการร่วมค้าที่ Zijin เข้าถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 54.9% ขณะที่
- รายงานข่าวจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการเหมืองแร่เปิดเผยว่า Zijin ได้เริ่มการส่งออกแร่ลิเธียม (Lithium concentrate) จากโครงการมาโนโน (Manono project) ในดีอาร์คองโกตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้
- ปัจจุบัน สินค้าล็อตนี้อยู่ระหว่างการขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำ โดยคาดว่าจะเดินทางถึงโรงกลั่นในจีนภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งแหล่งข่าวได้ยืนยันว่าผลผลิตทั้งหมดของโครงการในขณะนี้จะถูกส่งตรงไปยังประเทศจีนเท่านั้น
Summary
ปัจจุบัน สินค้าล็อตนี้อยู่ระหว่างการขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำ โดยคาดว่าจะเดินทางถึงโรงกลั่นในจีนภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งแหล่งข่าวได้ยืนยันว่าผลผลิตทั้งหมดของโครงการในขณะนี้จะถูกส่งตรงไปยังประเทศจีนเท่านั้น
รายงานข่าวจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการเหมืองแร่เปิดเผยว่า Zijin ได้เริ่มการส่งออกแร่ลิเธียม (Lithium concentrate) จากโครงการมาโนโน (Manono project) ในดีอาร์คองโกตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้ หลังจากโรงงานแปรรูปของโครงการเริ่มเดินสายการผลิตได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หรือเร็วกว่ากำหนดการเดิมถึง 1 เดือน
หลายประเทศจึงเริ่มดำเนินมาตรการสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างนี้ และปูทางสู่แนวคิด "ชาตินิยมด้านทรัพยากร" (Resource nationalism) และมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ (Domestic value addition) ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้นำและตัวแทนจากประเทศผู้ผลิตโกโก้รายใหญ่ของแอฟริกา ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกรวมกันถึง 70% ของโลก ได้ร่วมประชุมกันที่กรุงอาบูจา ประเทศไนจีเรีย เพื่อลงนามในข้อตกลงสำคัญ