Krungthep Turakij
เปิดเส้นทาง “หมอสรณ” จากหมอหัวใจคนไข้ VIP สู่ประธาน กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภค
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
จากแพทย์โรคหัวใจชื่อดัง สู่เก้าอี้ 'ประธาน กสทช.' ที่กำกับดูแลอุตสาหกรรมโทรคมนาคม กิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ มูลค่าหลายแสนล้านบาท ชื่อของ ศ.นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ถูกจดจำผ่านมติสำคัญหลายครั้ง ตั้งแต่การ ควบรวมทรู-ดีแทค การจัดสรรคลื่นความถี่ ไปจนถึงการกำกับ OTT และการวางโรดแมปทีวีดิจิทัลที่จะสิ้นสุดใบอนุญาตในปี 2572 แต่ในอีกด้าน บทบาทในฐานะกรรมการ ด้าน “คุ้มครองผู้บริโภค” กลับถูกตั้งคำถามว่า มติหลายเรื่องได้ยืนอยู่บนผลประโยชน์ของผู้บริโภคอย่างแท้จริงหรือไม่
Key facts
- กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลัง คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติเป็นเอกฉันท์ 4:0 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ว่า มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) ของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ส่งผลให้ถือว่าสละสิทธิ์การเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช.
- อีกหนึ่งประเด็นที่สะท้อนบทบาทของ กสทช. คือการกำหนดอนาคตกิจการโทรทัศน์ไทย แม้ ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจะทยอยสิ้นสุดลงในปี 2572 แต่จนถึงปัจจุบัน โรดแมปกิจการโทรทัศน์และแนวทางกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT ยังไม่มีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
- หลังการ รัฐประหารปี 2557 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และเคยถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขด้วย ก่อนก้าวเข้าสู่กระบวนการสรรหา และได้รับเลือกให้ กรรมการ กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภค
- การประชุมครั้งนั้นใช้เวลายาวนานกว่า 11 ชั่วโมง ก่อนผลลงคะแนนจะแบ่งออกเป็น 2 ต่อ 2 และมีกรรมการ 1 คนงดออกเสียง ทำให้หมอสรณในฐานะประธานใช้อำนาจออกเสียงเพิ่มอีก 1 เสียง หรือ ดับเบิลโหวต เป็น “เสียงชี้ขาด”
Summary
ชื่อของ ศ.นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ หรือ “หมอสรณ” กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลัง คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติเป็นเอกฉันท์ 4:0 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ว่า มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) ของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ส่งผลให้ถือว่าสละสิทธิ์การเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 แม้เจ้าตัวยังสามารถใช้สิทธิต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมายได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ถูกหยิบยกกลับมาพูดถึงไม่ใช่เพียงปมคุณสมบัติ หากแต่เป็น “ร่องรอยของมติ” ที่เกิดขึ้นตลอดการทำหน้าที่ของบอร์ด กสทช. ชุดปัจจุบัน ซึ่งหลายเรื่องส่งผลต่อโครงสร้างการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม สิทธิของผู้บริโภค และทิศทางเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
แม้ กสทช. จะยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวเพียงพอต่อการดูแลการแข่งขัน แต่ในมุมขององค์กรผู้บริโภค การควบรวมทำให้ตลาดโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตเหลือผู้เล่นรายใหญ่เพียงสองราย ส่งผลให้การแข่งขันลดลง ทางเลือกของผู้บริโภคน้อยลง และเกิดข้อกังวลต่อทิศทางค่าบริการในอนาคต