Krungthep Turakij
วิกฤติลุ่มน้ำกกดังถึง UN เมียนมาปัดข้อกล่าวหา จีนขอหลักฐานตรวจสอบร่วม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วิกฤติของประชาชนลุ่มน้ำกกกำลังถูกยกระดับสู่สปอตไลท์ระดับโลก เมื่อการปนเปื้อนสารพิษจากเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านไม่ใช่แค่ปัญหาคุณภาพน้ำ แต่เป็น "การละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน" ตามคำเตือนของผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติ (United Nations: UN)
Key facts
- พรรคประชาชนบุกสถานทูตจีน ยื่นพิกัด 2,676 เหมือง
- ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ผู้เชี่ยวชาญอิสระจากสหประชาชาติ ถึง 10 คณะ ภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ได้ส่งหนังสือสื่อสารร่วม (Joint Communication) ถึงรัฐบาลไทย จีน และเมียนมา รวมถึงบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ เหมือนเป็นเสียงเตือนภัยถึง
- ในฝั่งของเมียนมา คณะผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้ส่งคำตอบอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เพื่อชี้แจงต่อ สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR)
- นอกจากนี้ ในระดับนิติบัญญัติ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 คณะผู้แทนฝ่ายไทยนำโดย นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ รองประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร ได้ประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเมียนมา
- เมียนมาโต้ข้อกล่าวหา ยันคุณภาพน้ำปลอดภัย
- กวาดล้างเหมืองพื้นที่สู้รบ ความท้าทายเหนืออำนาจรัฐ
- ท่าทีของจีน สนับสนุนความจริง คัดค้านการใส่ร้าย
Summary
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ผู้เชี่ยวชาญอิสระจากสหประชาชาติ ถึง 10 คณะ ภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ได้ส่งหนังสือสื่อสารร่วม (Joint Communication) ถึงรัฐบาลไทย จีน และเมียนมา รวมถึงบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ เหมือนเป็นเสียงเตือนภัยถึง "ความล้มเหลว" ในการจัดการปัญหามลพิษข้ามพรมแดนที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนนับล้านในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในพื้นที่แม่น้ำกก ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยและเมียนมามาอย่างยาวนาน
ในฝั่งของเมียนมา คณะผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้ส่งคำตอบอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เพื่อชี้แจงต่อ สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) โดยทางการเมียนมาแสดงความกังวลว่าข้อกล่าวหาในหนังสือสื่อสารร่วมนั้นอาศัยข้อมูลที่ยังไม่ได้ตรวจสอบและเป็นข้อมูลเพียงด้านเดียว ซึ่งไม่ได้พิจารณาความพยายามของรัฐบาลเมียนมาในการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำกกอย่างเพียงพอ
ผลการตรวจสอบระบุว่า แม้ค่าความขุ่น และปริมาณของแข็งแขวนลอย (TSS) จะสูงเกินเกณฑ์ในช่วงฤดูฝนเนื่องจากสภาพอากาศและการกัดเซาะตามธรรมชาติ แต่ค่าพารามิเตอร์อื่นๆ โดยเฉพาะระดับสารหนู ยังคงอยู่ภายในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำดื่มและน้ำผิวดินแห่งชาติของเมียนมาที่ประกาศใช้ในปี 2562 และ 2567 เมียนมายังระบุด้วยว่าสารหนูอาจเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติจากกระบวนการทางธรณีวิทยาในชั้นหินและดิน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเมียนมายืนยันความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับไทยในการแก้ไขข้อกังวลนี้ และมีการติดตามคุณภาพน้ำเป็นประจำทุกเดือน