Kaohoon
ไฟสงคราม..เผาผลาญดีมานด์น้ำมันโลก.!
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สถานการณ์เศรษฐกิจและพลังงานโลก กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้ง เมื่อ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) รายงานตัวเลขที่สร้างความสั่นสะเทือน นั่นคือการคาดการณ์ว่าความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลงปีนี้ ถือเป็นการหดตัวแบบรายปีครั้งแรกรอบ 6 ปี หรือนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตัวเลขที่ลดลงกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน สะท้อนให้เห็นถึงภาวะชะงักงันของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก
Key facts
- สถานการณ์เศรษฐกิจและพลังงานโลก กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้ง เมื่อ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) รายงานตัวเลขที่สร้างความสั่นสะเทือน นั่นคือการคาดการณ์ว่าความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลงปีนี้
- ปมเหตุสำคัญของวิกฤตครั้งนี้ ไม่ได้มาจากโรคระบาดหรือการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด แต่เกิดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ กลายเป็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ความขัดแย้งทวีความรุนแรงส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตน้ำมัน
- หัวหน้าฝ่ายตลาดน้ำมันของ IEA ให้ทัศนะน่าสนใจผ่านสื่อต่างประเทศว่า การฟื้นตัวของตลาดน้ำมันโลกครั้งนี้จะไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่เป็นเส้นตรงอย่างที่หลายคนคิด แต่หากมองถึงช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องจนถึงปีหน้า ตลาดอาจเปลี่ยนทิศทางได้
- พื้นที่ตะวันออกกลาง ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจสูบฉีดพลังงานของโลก ต้องตกอยู่ในความไม่แน่นอน ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นโดมิโนไปยังภาคธุรกิจ ต้นทุนการขนส่งและภาคการผลิตที่สูงขึ้น
Summary
ปมเหตุสำคัญของวิกฤตครั้งนี้ ไม่ได้มาจากโรคระบาดหรือการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด แต่เกิดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ กลายเป็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ความขัดแย้งทวีความรุนแรงส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตน้ำมัน
ปัจจัยซ้ำเติมที่ทำให้สถานการณ์วิกฤตหนักขึ้น คือ การปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์สำคัญสุดในการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ การหยุดชะงักของการเดินเรือผ่านอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้การส่งออกพลังงานหยุดชะงักลงทันที
รวมถึงการทยอยเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้การค้าโลกดำเนินต่อไปได้ แต่ความเป็นจริงในปัจจุบันกลับเต็มไปด้วยความผันผวนและยากที่จะคาดเดาได้อย่างแม่นยำ ความเสี่ยงจากการไม่มีข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนยังเป็นปัจจัยลบที่กดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุน