Post Today
"อัสสเดช คงสิริ" กับภารกิจเติม 'เสน่ห์' ความเชื่อมั่นและโอกาสที่เท่าเทียมตลาดทุนไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สัมภาษณ์พิเศษ: ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยเริ่มขยับตัวและวอลุ่มการซื้อขายกลับมาคึกคักอีกครั้ง ท่ามกลางกระแสเงินทุนต่างชาติที่เริ่มไหลกลับเข้ามาเป็นบวก เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลข แต่คือการวางรากฐาน "เส้นทางเดิน"ใหม่ที่ต้องการพาเศรษฐกิจและสังคมไทยไปในทิศทางเดียวกัน
Key facts
- โครงสร้างนักลงทุนปัจจุบันยังคงเป็นต่างชาติ 50% นักลงทุนรายย่อย 30% และนักลงทุนสถาบัน 20% นั่นสะท้อนภาพชัดเจนได้ว่าตลาดหุ้นกลับมาคึกคักและมีเสน่ห์มากขึ้น
- ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้หยุดแค่หุ้นไทย แต่กำลังขยายอาวุธการลงทุนให้หลากหลายขึ้น ทั้งหุ้นต่างประเทศผ่าน DR กว่า 400 ตัว, การลงทุนในทองคำผ่าน Mini Gold Online ที่เข้าถึงง่ายขึ้น ไปจนถึงแผนการเปิดตัว Crypto Futures ในอนาคตที่ผ่านการอนุมัติแล้ว
- แอป wiset เริ่มแรกมียอดดาวน์โหลดกว่า 20,000 ดาวน์โหลด แต่เป้าหมายสำคัญไม่ใช่จำนวนดาวน์โหลด แต่คือการสร้างประโยชน์ให้กับนักลงทุน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องการรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ใช้แอปวิเศษ เพื่อนำไปพัฒนาให้ตอบโจทย์มากขึ้นในอนาคต
- ฟังว่า หากย้อนกลับไปในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ตลาดทุนไทยเผชิญกับบททดสอบหนักจากเหตุการณ์บางบริษัทที่สั่นคลอนความน่าเชื่อถือ
Summary
ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเดินหน้าเปลี่ยนเกมครั้งสำคัญ ด้วยการประกาศวิสัยทัศน์ "Trusted Gateway to Inclusive Opportunities" ที่ไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญขององค์กร แต่เป็นโรดแมปในการฟื้นความเชื่อมั่น ยกระดับธรรมาภิบาล พัฒนานวัตกรรมการลงทุน และสร้างโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงตลาดทุนได้อย่างเท่าเทียม
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ ทั้งวิกฤตความเชื่อมั่น เม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลออก สภาพคล่องที่หดตัว รวมถึงเหตุการณ์ที่กระทบภาพลักษณ์ของตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง หลายฝ่ายตั้งคำถาม..หุ้นไทยยังมีเสน่ห์หรือไม่ ?
"อัสสเดช คงสิริ" กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เล่าให้ "โพสต์ทูเดย์" ฟังว่า หากย้อนกลับไปในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ตลาดทุนไทยเผชิญกับบททดสอบหนักจากเหตุการณ์บางบริษัทที่สั่นคลอนความน่าเชื่อถือ