← Back to KHAO

เกษตรฯสั่งลุยศพก.ติวเข้ม6ฐานรับมือวิกฤตโลกร้อน บี้รายได้

5 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

เกษตรฯสั่งลุยศพก.ติวเข้ม6ฐานรับมือวิกฤตโลกร้อน บี้รายได้

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าแผนเชิงรุกแก้วิกฤตสภาพภูมิอากาศผันผวน หลังสั่งขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร หรือ ศพก. ทั่วประเทศเป็นกลไกหลักในการกระจายเทคโนโลยีสู่ท้องถิ่น โดยนำร่องโมเดลอัจฉริยะ 6 ฐานเรียนรู้ที่จังหวัดปทุมธานี ชูไฮไลต์การจัดการตอซังลดเผาและนวัตกรรมยกระดับพืชกล้วยหอมทอง GI ควบคู่การเชื่อมโยงเครือข่ายแปลงต้นแบบฟาร์มส่งออก หวังเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ทลายข้อจำกัดมาตรการทางการค้า และสร้างความมั่นคงในอาชีพให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

Key facts

Summary

ปัจจุบันภาคการเกษตรต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การระบาดของศัตรูพืชและโรคพืช ตลอดจนความผันผวนของตลาดและมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตและรายได้ของเกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อยกระดับศักยภาพเกษตรกรให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการสัมมนา“ขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใต้การดำเนินงานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.)” ณ ศูนย์การประชุมและฝึกอบรมวิชาชีพ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี ตําบลบางพูน อําเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ว่า

นางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการและฐานเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรของจังหวัดปทุมธานี จำนวน 6 ฐาน ซึ่งมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตควบคู่กับการอนุรักษ์ธรรมชาติและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าเยี่ยมชม รับฟังผลการดำเนินงาน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเจ้าหน้าที่และเกษตรกรต้นแบบอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้

Read full article at Krungthep Turakij →