Prachachat
YLG เปิดให้บริการซื้อขาย Gold Spot ด้วยเงินดอลลาร์แบบเรียลไทม์ หนุนทำกำไรส่วนต่างไม่ต้องแปลงค่าเงิน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
YLG เปิดให้บริการเทรด Gold Spot ด้วยเงินดอลลาร์แบบเรียลไทม์ ครอบคลุมทั้งทองคำ 99.99% และ 96.5% เพิ่มทางเลือกให้นักลงทุน เผยราคาทองคำโลก จากต้นปีปรับตัวลดลง 5.12% สวนทางราคาทองคำในประเทศไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.54% จากปัจจัยหลักค่าเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงครึ่งปีแรก ช่วยพยุงราคาทองคำในรูปเงินบาทให้ทรงตัวได้ดีท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก คาดช่วงครึ่งปีหลัง เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อ
Key facts
- นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ล่าสุด YLG จึงเปิดให้บริการซื้อขายทองคำด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ (Gold Spot) แบบเรียลไทม์ โดยทองคำ 99.99%
- YLG เปิดให้บริการเทรด Gold Spot ด้วยเงินดอลลาร์แบบเรียลไทม์ ครอบคลุมทั้งทองคำ 99.99% และ 96.5% เพิ่มทางเลือกให้นักลงทุน เผยราคาทองคำโลก จากต้นปีปรับตัวลดลง 5.12% สวนทางราคาทองคำในประเทศไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.54%
- ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นแรงกดดันสำคัญที่มีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยฤดูกาล ทำให้เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง ขณะที่ราคาทองคำในรูปดอลลาร์สหรัฐ (Gold Spot) ที่ปรับตัวลดลงมาอยู่แถวระดับ 4,000-3,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์
- สาเหตุที่ราคาทองคำในประเทศไทยเคลื่อนไหวสวนทางราคาทองคำโลก เนื่องจากค่าเงินบาทในช่วงครึ่งปีแรกอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงเป็นปัจจัยพยุงราคาทองคำในรูปเงินบาทเอาไว้ได้ แม้ราคาทองคำโลกจะปรับตัวลดลงก็ตาม”
Summary
“สาเหตุที่ราคาทองคำในประเทศไทยเคลื่อนไหวสวนทางราคาทองคำโลก เนื่องจากค่าเงินบาทในช่วงครึ่งปีแรกอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงเป็นปัจจัยพยุงราคาทองคำในรูปเงินบาทเอาไว้ได้ แม้ราคาทองคำโลกจะปรับตัวลดลงก็ตาม”
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ล่าสุด YLG จึงเปิดให้บริการซื้อขายทองคำด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ (Gold Spot) แบบเรียลไทม์ โดยทองคำ 99.99% สามารถลงทุนได้ทั้งหน่วยทรอยออนซ์ และกิโล ขั้นต่ำที่ 1 ทรอยออนซ์ และ 1 กิโลกรัมตามลำดับ
และในช่วงครึ่งปีหลัง แม้โดยปกติฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ในช่วงปลายปีมักเป็นปัจจัยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น แต่ปีนี้เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง เนื่องจากทิศทางดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ยังไม่แน่นอนซึ่งหนุนให้เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ประกอบกับราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวสูงเพิ่มความต้องการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเข้าพลังงาน ถือเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยฤดูกาลในปีนี้ กดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อไปอีก