Prachachat
สิทธิแรงงาน ‘เมนส์มาลาได้’ นโยบายระดับโลกที่มากกว่าแค่เรื่องส่วนตัว
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ส่องกฎหมาย ‘ลาปวดประจำเดือน’ หรือ ‘เมนส์มาลาได้ ‘ ในต่างประเทศ หลังเครือข่ายแรงงานพรรคประชาชนของไทยดันร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่เข้าสภาผู้แทนราษฎรไทย เปิดรับฟังความคิดเห็นถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 ชวนวิเคราะห์โมเดลความสำเร็จและเงื่อนไขทางกฎหมายใน 5 ประเทศชั้นนำทั่วโลกที่ประกาศใช้เป็นสิทธิออฟฟิเชียลทางกฎหมายแล้ว
Key facts
- ส่อง 5 ประเทศ ที่มีกฎหมายรับรองสิทธิ “ลาปวดประจำเดือน”
- อินโดนีเซีย: สิทธิหยุด 2 วันเต็มแบบได้รับค่าจ้าง
- ส่องกฎหมาย ‘ลาปวดประจำเดือน’ หรือ ‘เมนส์มาลาได้ ‘ ในต่างประเทศ หลังเครือข่ายแรงงานพรรคประชาชนของไทยดันร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่เข้าสภาผู้แทนราษฎรไทย เปิดรับฟังความคิดเห็นถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2569
- ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมสิทธิการลาหยุดเมื่อปวดประจำเดือน การห้ามเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน และการจัดมุมปั๊มนมในสถานประกอบการ โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนเปิดรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ จนถึงวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 นี้
- สเปนสร้างประวัติศาสตร์เป็นประเทศแรกในทวีปยุโรปที่ผ่านกฎหมายนี้อย่างเป็นทางการ โดยกฎหมายสิทธิทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ (Organic Law amending Organic Law 2/2010 on sexual and reproductive health)
- ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกเรื่องนี้ โดยบรรจุสิทธิการลาปวดประจำเดือนไว้ใน มาตรา 68 ของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน (Labor Standards Act) มาตั้งแต่ปี 1947 (พ.ศ. 2490) ระบุชัดเจนว่า
Summary
กลายเป็นประเด็นฮอตบนโลกออนไลน์ที่ส่งแรงกระเพื่อมต่อทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง หลังจาก ‘เครือข่ายผู้ใช้แรงงานพรรคประชาชน’ ยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน จำนวน 2 ฉบับเข้าสู่รัฐสภา โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ ร่างฉบับ “มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เมนส์มาลาได้” ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมสิทธิการลาหยุดเมื่อปวดประจำเดือน การห้ามเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน และการจัดมุมปั๊มนมในสถานประกอบการ โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนเปิดรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ จนถึงวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 นี้
ในมิติระดับสากล ประเด็นเรื่อง “สิทธิการลาปวดประจำเดือน” (Menstrual Leave) ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทว่ากำลังกลายเป็นเมกะเทรนด์ด้านสวัสดิการแรงงานที่หลายประเทศทั่วโลกให้การรับรองในเชิงกฎหมายอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีการกำหนดเงื่อนไขและรายละเอียดการจ่ายค่าจ้างที่แตกต่างกันออกไปตามบริบทของแต่ละประเทศ ดังนี้
ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกเรื่องนี้ โดยบรรจุสิทธิการลาปวดประจำเดือนไว้ใน มาตรา 68 ของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน (Labor Standards Act) มาตั้งแต่ปี 1947 (พ.ศ. 2490) ระบุชัดเจนว่า ห้ามนายจ้างบังคับให้ลูกจ้างหญิงที่เผชิญความยากลำบากในการทำงานช่วงมีประจำเดือนมาทำงานในวันนั้นหากมีการร้องขอ