Bangkok Today
“อนุสรณ์” เสนอตัดงบกลาง 10% อัดฉีดสาธารณสุข-ศึกษา เตือน รพ.รัฐวิกฤติสภาพคล่อง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน และรองประธานกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า งบกลางของรัฐบาลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561 จนถึงปัจจุบัน งบกลางได้รับการจัดสรรเฉลี่ยสูงถึง 610,677 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 18% ของวงเงินงบประมาณทั้งหมด ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ได้ตั้งงบกลางไว้สูงถึง 693,880 ล้านบาท
Key facts
- รศ.ดร.อนุสรณ์เสนอให้ปรับลดงบกลางลง 10% คิดเป็นวงเงิน 69,388 ล้านบาท พร้อมลดงบประมาณของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในส่วนโครงการที่ไม่เร่งด่วนและไม่จำเป็นลง 15% หรือประมาณ 830 ล้านบาท
- รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากเสนอให้ปรับระบบจัดสรรงบประมาณไปสู่ Care Model โดยเปลี่ยนจากการจัดสรรงบเหมาจ่ายระดับประเทศ มาเป็นการจัดสรรตามเขตสุขภาพทั้ง 13 เขต เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนและบริบทของแต่ละพื้นที่
- พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปฏิรูประบบการเงินการคลังด้านสุขภาพและระบบคุ้มครองทางสังคมอย่างจริงจัง เนื่องจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีความเสี่ยงเผชิญปัญหาสภาพคล่องในอนาคต หากไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณอย่างเพียงพอ
- หากไม่เพิ่มงบประมาณให้ระบบสาธารณสุขอย่างเหมาะสม จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพการให้บริการ ทั้งการขาดแคลนบุคลากร ระยะเวลารอรับบริการที่ยาวนานขึ้น การเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ลดลง และคุณภาพการรักษาที่อาจถดถอย
Summary
“หากไม่เพิ่มงบประมาณให้ระบบสาธารณสุขอย่างเหมาะสม จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพการให้บริการ ทั้งการขาดแคลนบุคลากร ระยะเวลารอรับบริการที่ยาวนานขึ้น การเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ลดลง และคุณภาพการรักษาที่อาจถดถอย แม้จะมีการปรับสูตรจัดสรรงบประมาณตามโครงสร้างประชากรแต่ละจังหวัดแล้วก็ตาม แต่การจัดสรรงบปี 2570 ยังต่ำกว่าความต้องการของกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอย่างมาก”รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลหลายชุดได้นำงบกลางไปใช้กับโครงการเชิงนโยบาย อาทิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว และโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงนำไปใช้ในภารกิจประจำที่สามารถกำหนดเป็นงบรายจ่ายล่วงหน้าได้ นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2570 ยังมีการตั้งรายการใหม่ คือ ค่าใช้จ่ายรองรับผลกระทบวิกฤติพลังงาน วงเงิน 12,000 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปฏิรูประบบการเงินการคลังด้านสุขภาพและระบบคุ้มครองทางสังคมอย่างจริงจัง เนื่องจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีความเสี่ยงเผชิญปัญหาสภาพคล่องในอนาคต หากไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณอย่างเพียงพอ โดยค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 4.5% สูงกว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง