Kaohoon
“กรมธนารักษ์” ตั้งเป้ารายได้ปี 70 แตะ 1.43 หมื่นลบ. เร่งดัน 4 โครงการใหญ่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกรมธนารักษ์ได้ขับเคลื่อนการทำงานโดยมุ่งเน้นสานต่อนโยบายของรัฐบาล และกลยุทธ์ของรองนายกรัฐมนตรี (อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์) ที่วางรากฐานไว้ ควบคู่ไปกับการเร่งผลักดันโครงการต่าง ๆ ให้มีความคืบหน้าและบรรลุเป้าหมายสูงสุดก่อนสิ้นสุดกรอบระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง
Key facts
- โครงการโรงแรมชายทะเลที่อำเภอหัวหิน ปัจจุบันขั้นตอนต่าง ๆ เสร็จสิ้นแล้ว และกำลังรอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดการณ์สร้างรายได้ 70-80 ล้านบาท
- โครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก (วงษ์สยาม) ปัจจุบันข้อพิพาทเรื่องการส่งมอบพื้นที่จบลงแล้ว และยังมีปัญหาเอกชนไม่สามารถทำยอดขายน้ำได้ถึง 500 ล้านบาท ตามที่ผลการศึกษาเดิมระบุไว้ ดังนั้น ต้องเตรียมเจรจาทบทวนสัดส่วนการแบ่งรายได้ใหม่ เบื้องต้นคาดการณ์สร้างรายได้ 800 ล้านบาท
- โครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุ (ซีเนียร์คอมเพล็กซ์ รามาธิบดี) ยังคงเดินหน้าพัฒนาต่อ และปรับขนาดจำนวนเตียงลง พร้อมปรับเกณฑ์อายุผู้จองจาก 55 เหลือ 50 ปี และปรับราคาขึ้นให้เป็นต้นทุนปัจจุบัน ซึ่งยังคงให้สิทธิ์ผู้ที่เคยจองไว้เดิมตัดสินใจก่อน
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกรมธนารักษ์ได้ขับเคลื่อนการทำงานโดยมุ่งเน้นสานต่อนโยบายของรัฐบาล และกลยุทธ์ของรองนายกรัฐมนตรี (อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์) ที่วางรากฐานไว้
Summary
โดยแผนการดำเนินงานปีงบประมาณ 2569 กรมธนารักษ์คาดการณ์ว่าจะสามารถเก็บรายได้ทั้งจากที่ราชพัสดุ และเหรียญกษาปณ์รวมไม่ต่ำกว่า 14,000 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้น 17.65% จากเป้าหมายเดิมที่วางไว้ 11,900 ล้านบาท หลัง ณ เดือนมิถุนายน 2569 จัดเก็บรายได้รวมไปมากกว่า 11,600 ล้านบาทแล้ว พร้อมเร่งเดินหน้าแก้ปัญหาโครงการค้างเก่า และเตรียมเปิดประมูลราชพัสดุแปลงสำคัญ
ขณะเดียวกัน กรมธนารักษ์ยังมีนโยบายเชิงรุกในการบริหารจัดการที่ดิน โดยหากพบแปลงที่ดินที่ปล่อยเช่าไปแล้ว หรือที่ดินของหน่วยงานราชการที่ถูกปล่อยทิ้งให้รกร้าง จะพิจารณาดึงกลับคืนมา เพื่อเปิดประมูลใหม่ หรือให้ภาคเอกชนเข้ามาเช่าพัฒนาเป็นโครงการโซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจต่อไป และมีแผนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนอาคารราชพัสดุ รวมถึงการติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ที่ได้ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การคิดค่าเช่าพื้นที่ในที่ราชพัสดุ
1. หมอชิตคอมเพล็กซ์ ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2535 ปัจจุบันเจรจาได้ข้อยุติเดินหน้าต่อกับผู้รับเหมารายเดิม และหากสำเร็จจะได้เงินคืนรวม 1,250 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าแรกเข้า 400 ล้านบาท และค่าชดเชยฐานรากที่เคยสำรองจ่าย ซึ่งรูปแบบโครงการแบ่งเป็นพื้นที่ใช้สอย 700,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) และพื้นที่ 112,000 ตร.ม. ให้แก่บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ตามข้อตกลงเดิม