The Standard
เปิดภารกิจ ‘ศุภจี’ บินสหรัฐฯ เจรจาแก้ปมมาตรา 301-122 หวังลดภาษีสินค้าไทยเหลือ 10% ย้ำไม่แลกอธิปไตยการค้า-สารเร่งเนื้อแดง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
‘ศุภจี’ เตรียมบินสหรัฐฯ 15-17 ก.ค. แก้ปมมาตรา 301-122 มุ่งเจรจาลดภาษีลงเหลือ 10% พร้อมยืนยันเจรจายึดประโยชน์ประเทศ ไม่ยอมแลกอธิปไตยการค้า-มาตรฐานสารเร่งเนื้อแดง
Key facts
- ‘ศุภจี’ เตรียมบินสหรัฐฯ 15-17 ก.ค. แก้ปมมาตรา 301-122 มุ่งเจรจาลดภาษีลงเหลือ 10% พร้อมยืนยันเจรจายึดประโยชน์ประเทศ ไม่ยอมแลกอธิปไตยการค้า-มาตรฐานสารเร่งเนื้อแดง
- วันที่ 11 ก.ค.ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่15-17กรกฎาคมนี้ พร้อมนำคณะเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อเจรจากับสหรัฐฯ ในกรณีที่ไทยถูกไต่สวนตามมาตรา 301 และมาตรา 122 ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ
- การเจรจากับสหรัฐอเมริกา ถือเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนสูงเนื่องจากไทยได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐ สูงเป็นอันดับที่ 7 หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์โดยภารกิจหลักของการเดินทางครั้งนี้ คือการเจรจาข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน
- ศุภจี ระบุอีกว่า ในการเจรจากับสหรัฐในครั้งนี้เตรียมจะเสนอรายการสินค้า 6 กลุ่ม (Exempt List) เพื่อขอยกเว้นภาษีในการนำเข้าสินค้าเข้าสหรัฐฯ
Summary
“การเจรจากับสหรัฐอเมริกา ถือเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนสูงเนื่องจากไทยได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐ สูงเป็นอันดับที่ 7 หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์โดยภารกิจหลักของการเดินทางครั้งนี้ คือการเจรจาข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement of Reciprocal Trade) เพื่อปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าไทยจาก 12.5% ให้กลับมาอยู่ที่ 10% เท่ากับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย”
วันที่ 11 ก.ค.ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่15-17กรกฎาคมนี้ พร้อมนำคณะเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อเจรจากับสหรัฐฯ ในกรณีที่ไทยถูกไต่สวนตามมาตรา 301 และมาตรา 122 ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ (Trade Act of 1974) ซึ่งมาตรา 122 กำลังจะหมดอายุลงในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ โดยการเจรจาในครั้งนี้มุ่งเน้นการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของภาคการส่งออกไทย
โดยปัจจุบันไทยเสียเปรียบด้านภาษีเนื่องจากถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ยังขาดกฎหมายระหว่างประเทศรองรับเรื่องแรงงานบังคับ ซึ่งไทยกำลังเร่งออกกฎหมายและมีกระบวนการพิสูจน์ชัดเจนว่าไม่มีการใช้แรงงานบังคับในกระบวนการผลิต