The Standard
ปชน. จัดกิจกรรม ‘Hack งบ 70’ จับตาเงินนอกงบประมาณรวมกว่า 10 ล้านล้าน ‘เท้ง-ไหม’ ตั้งข้อสังเกตเงินกู้ 2 แสนล้านส่อล็อกสเปก-เอื้อเอกชน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 7 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
วันนี้ (11 กรกฎาคม) ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ. จัดกิจกรรม ‘Hack งบ 70’ โดยมี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดกิจกรรมโดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่เรื้อรังของระบบงบประมาณไทย เช่น งบสัมมนา และงบเดินทางต่างประเทศของหน่วยงานต่างๆ
Key facts
- ชวนจับตาเงินนอกงบประมาณกว่า 10 ล้านล้านบาท
- วันนี้ (11 กรกฎาคม) ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ. จัดกิจกรรม ‘Hack งบ 70’ โดยมี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
- ต่อมา รักชนก ให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่ได้คาดหวังให้ประชาชนสามารถดูงบเป็นได้ภายในวันเดียว แต่อยากให้ประชาชนเข้ามาช่วยดูโดยเฉพาะงบประมาณผูกพันและเงินนอกงบประมาณ เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพรวมว่างบประมาณไม่ได้มีแค่ 4 ล้านล้านบาท แต่มีรวมกันเกือบ 10
- นอกจากนี้ จะมีการจับตาดูงบประมาณ 7 แสนล้านบาท ด้วยว่าจะมีโครงการแปลกๆ หรือมีข้อสังเกตว่าอะไรควรนำไปตัดบ้าง โดยเฉพาะเงินนอกงบประมาณจากกองทุนต่างๆ เช่น โครงการ TH-AI Passport ที่ใช้จากกองทุนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- ศิริกัญญา กล่าวว่า การชิงด่วนยกเลิกโดยที่ไม่มีคำอธิบายใดๆ ทำให้ข้อสันนิษฐานส่วนตัวที่ว่ามีการยัดไส้ล็อกสเปคก็น่าจะมีความเป็นจริง นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่าอาจมีเอกชนที่แต่งตัวมาเพื่อรับงานเหล่านี้หวังในส่วนแบ่งเงินกู้ 2 แสนล้านบาท
- เราผิดพลาดไปแล้ว ในการที่กู้ 2 แสนล้านบาทนี้มาโดยที่ไม่มีเป้าหมายว่าจะเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างไร อย่าให้มันต้องหมดเปลืองไปกับการทุจริตคอร์รัปชันอีกเลย ยังมีโครงการโซลาร์รูฟท็อปกับหน่วยราชการทั่วประเทศ ถ้ามีบริษัทใดบริษัทหนึ่ง
Summary
นอกจากนี้ ปัญหางบประมาณของไทยยังสะท้อนความเหลื่อมล้ำและไร้ประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ โดยงบประมาณส่วนใหญ่หมดไปกับรายจ่ายประจำและงบบุคลากรที่ส่วนกลาง ทำให้เหลือพื้นที่เงินไปใช้พัฒนาประเทศน้อยมาก อีกทั้งการกระจายงบยังกระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้งบเฉลี่ยสูงถึง 22,493 บาทต่อคน ขณะที่ภาคอีสานได้เพียง 5,517 บาทต่อคน
ณัฐพงษ์ระบุว่า ปัจจุบันเรามีข้อมูลที่พร้อมมากขึ้นและใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยตรวจสอบงบประมาณปี 2570 ซึ่งสัดส่วนงบลงทุนจริงมีเพียง 13% เท่านั้น แต่กลับมีการพยายามบิดเบือนดึงรายจ่ายบางส่วนไปใส่ในเงินอุดหนุนเพื่อให้ถูกตามกฎหมายที่กำหนดให้มีสัดส่วนรายจ่ายลงทุนไม่ต่ำกว่า 20% เช่น โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ที่รัฐบาลพยายามตีความให้เข้าเกณฑ์ขั้นต่ำของงบลงทุน ทั้งที่เป็นนโยบายระยะสั้นที่มุ่งเน้นคะแนนนิยมเฉพาะหน้า ไม่ใช่นโยบายเพื่ออนาคตประเทศ
ชวนจับตาเงินนอกงบประมาณกว่า 10 ล้านล้านบาท