The Standard
ธปท. เดินหน้าคุมเงินเทา จ่อตรวจเข้มฝากเงินเกิน 5 ล้านบาท ภายในไตรมาส 4 ปีนี้ พร้อมคุมสินเชื่อซื้อก่อนจ่ายทีหลัง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการสกัดเงินเทาและเศรษฐกิจนอกระบบ โดยเตรียมเพิ่มเกณฑ์ตรวจสอบแหล่งที่มาและวัตถุประสงค์หรับการฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท หลังก่อนหน้านี้ออกเกณฑ์สอบการถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาทไปก่อนหน้านี้ ทำให้ยอดถอนเงินสดก้อนใหญ่ลด 35% พร้อมเตรียมคุมสินเชื่อซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL)
Key facts
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการสกัดเงินเทาและเศรษฐกิจนอกระบบ โดยเตรียมเพิ่มเกณฑ์ตรวจสอบแหล่งที่มาและวัตถุประสงค์หรับการฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท หลังก่อนหน้านี้ออกเกณฑ์สอบการถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาทไปก่อนหน้านี้
- ตรึงดอกเบี้ย 1% ย้ำนโยบายการเงินแค่ประคับประคอง
- ในไตรมาส 4 ของปีนี้ ธปท. เตรียมขยายไปสู่การฝากเงินเกิน 5 ล้านบาท ที่ต้องแจ้งที่มาของเงิน รวมถึงตรวจสอบการนำธนบัตรใบละ 1,000 บาทมูลค่าสูงมาขอแลกเป็นธนบัตรใบละ 100 หรือ 500 บาท
- ในภาพรวมนโยบายการเงิน วิทัยย้ำว่าหน้าที่หลักคือดูแลเสถียรภาพระบบการเงินและเสถียรภาพด้านราคา โดยคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย 1-3% พร้อมระบุว่านโยบายการเงินยุคนี้เน้นการประคับประคองเศรษฐกิจ ไม่ใช่การกระตุ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของนโยบายการคลัง
- ด้านการค้าทองคำ ธปท. เข้าไปกำกับการเทรดทองผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อลดผลกระทบต่อค่าเงินบาทและสกัดธุรกรรมผิดปกติ โดยวิทัยระบุว่าปริมาณการเบิกทองลดลงจากเฉลี่ยเดือนละ 4,000 กิโลกรัม เหลือประมาณ 700 กว่ากิโลกรัม
- ด้านการเติบโตของเศรษฐกิจ ธปท. คาดว่าจีดีพีปีนี้โต 2.3% ซึ่งวิทัยมองว่ายังไม่ดี แต่ไม่ได้แย่เท่ากับที่เคยกังวลว่าจะเหลือ 1.5% หากสงครามทำให้สินค้าจำเป็นขาดแคลน โดยเศรษฐกิจไทยยังโตแบบ K-Shape ที่จัดสรรทรัพยากรเหลื่อมล้ำ ทั้งกลุ่ม SME
Summary
“เรามีจุดยืนที่ชัดเจนว่า ไม่ต้องการให้สถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเราตกเป็นช่องทางหรือมีส่วนส่งเสริมกิจกรรมเหล่านี้ การแก้ปัญหานี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่จำต้องอาศัยเวลาและการออกมาตรการอย่างต่อเนื่อง”
โดยหนึ่งในมาตรการที่เห็นผลชัดคือการตรวจสอบการถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐเริ่มใช้มาตรการตรวจสอบความจำเป็น (Customer Due Diligence) สำหรับผู้ถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท โดยต้องระบุเหตุผลว่าเหตุใดจึงไม่โอนเงินหรือใช้เช็ค โดยพบว่า ยอดเบิกถอนเงินสดก้อนใหญ่ลดลงราว 35%
จ่อคุมสินเชื่อ BNPL คาดทำประชาพิจารณ์ภายในสิ้นปี