PPTV HD 36
ผู้ว่าการ ธปท. ยืนยัน ไม่ทำ QE ชี้ อัดเงินเข้าระบบไม่เกิดผลดีและไม่เหมาะกับไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ประเทศไทยยังไม่เหมาะกับการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หรือการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบแบบที่หลายประเทศใช้ เพราะที่ผ่านมาเมื่อ ธปท. ปล่อยสภาพคล่องผ่านธนาคารพาณิชย์ เงินส่วนใหญ่ไหลกลับมาฝากที่ ธปท. ผ่านธุรกรรมตลาดซื้อคืนในวันถัดไป ไม่ได้หมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจริง ขณะที่การซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวนั้น
Key facts
- เงินบาทอ่อนสุดรอบ 14 เดือน! หุ้นไทยหลุด 1,600 จุด จับตาเฟด ตะวันออกกลาง เงินทุนต่างชา...
- ผู้ว่าการ ธปท. ยอมรับว่า เศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะขยายตัว 2.3% ในปีนี้ “ยังไม่ถือว่าอยู่ในภาวะที่ดี”
- แม้สถานการณ์จะไม่รุนแรงเท่าช่วงเริ่มต้นของสงคราม ซึ่งเคยมีความเสี่ยงสินค้าจำเป็น เช่น น้ำมัน ปุ๋ย และพลาสติก ขาดแคลน โดยหากสถานการณ์ยืดเยื้อ จีดีพีไทยอาจลดลงเหลือเพียง 1.5% อย่างไรก็ตาม ไทยสามารถปรับตัวได้เร็ว
- นายวิทัย กล่าวว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยเผชิญความไม่แน่นอนจากสงครามและความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ หลายฝ่ายคาดหวังให้ ธปท. เข้ามาช่วยมากขึ้น แต่ต้องเข้าใจว่านโยบายการเงินและนโยบายการคลังมีบทบาทแตกต่างกัน
Summary
ก็ไม่สามารถส่งผ่านไปยังอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ได้อย่างมีนัยสำคัญ จึงประเมินว่าการทำ QE ในบริบทของไทยจะไม่ให้ผลลัพธ์เช่นเดียวกับต่างประเทศ
สำหรับนโยบายการเงินในยุคปัจจุบัน ธปท. เน้นการ “ประคับประคองเศรษฐกิจ ไม่ใช่กระตุ้นเศรษฐกิจ” เพราะเครื่องมืออย่างอัตราดอกเบี้ยส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อต้นทุนทางการเงิน ค่าเงินบาท และภาคเศรษฐกิจโดยรวม โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ปรับลดลงแล้ว 2 ครั้ง เหลือ 1% ควบคู่กับการออกมาตรการเฉพาะจุดเพื่อช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว
ผู้ว่าการ ธปท. ยอมรับว่า เศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะขยายตัว 2.3% ในปีนี้ “ยังไม่ถือว่าอยู่ในภาวะที่ดี” แม้สถานการณ์จะไม่รุนแรงเท่าช่วงเริ่มต้นของสงคราม ซึ่งเคยมีความเสี่ยงสินค้าจำเป็น เช่น น้ำมัน ปุ๋ย และพลาสติก ขาดแคลน โดยหากสถานการณ์ยืดเยื้อ จีดีพีไทยอาจลดลงเหลือเพียง 1.5% อย่างไรก็ตาม ไทยสามารถปรับตัวได้เร็ว ทั้งการหาแหล่งนำเข้าน้ำมันและปุ๋ยใหม่ รวมถึงราคาน้ำมันโลกที่ปรับลดลงเร็วกว่าคาด ส่งผลให้แนวโน้มเศรษฐกิจดีขึ้น แม้ยังไม่อาจเรียกได้ว่าเศรษฐกิจกลับมาแข็งแกร่ง