Financial Times · Krungthep Turakij
รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟ 'เอกชน' สวนกลับ 'เกาไม่ถูกที่คัน' หวั่นนโยบายพังเหมือนเวียดนาม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
จากนโยบายของรัฐบาลโดย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่เตรียมปฏิรูปโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ด้วยการรื้อสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากเอกชน ( PPA ) ทั้งในส่วนของโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ และพลังงานลม โดยมีเป้าหมายหลักคือ การยกเลิก " สัญญาชั่วนิรันดร์ " หรือสัญญาที่มีการต่ออายุอัตโนมัติ ซึ่งถือเป็นภาระต้นทุนระยะยาวของประเทศ
Key facts
- กลุ่มที่หมดสัญญา Adder แล้วจำนวน 2,596 เมกะวัตต์ (ข้อมูล ณ มิ.ย.2569) ซึ่งกลุ่มนี้ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบสัญญาเป็น PPA แบบ 5 ปีและต่อเนื่อง โดยรับซื้อในราคาค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ยแทน และ 2. กลุ่มที่ยังมีสัญญา Adder คงเหลือจำนวน 1,512 เมกะวัตต์
- การรับซื้อต่อในราคาที่ต่ำลง โดยอาจให้เพิ่มปริมาณการขายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบในราคาที่แข่งขันได้ เพื่อทำให้ราคารับซื้อรวมเฉลี่ยต่ำลงกว่าเดิม 2. การเปิดเสรีบุคคลที่สาม (TPA) เพื่อเปลี่ยนกำลังผลิต 2,596 เมกะวัตต์นี้ ให้เป็น Direct PPA สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเดิม หรือรองรับ Data Center ที่ต้องการใช้พลังงานสะอาด
- ต้นทุนที่ประชาชนต้องจ่าย 0.086 บาทต่อหน่วย
- แหล่งข่าวระบุว่า ต้นทุนจาก Adder เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ถูกส่งผ่านไปยังค่าไฟฟ้าผ่านค่า Ft โดยจากการวิเคราะห์โครงสร้างค่าไฟฟ้าเรียกเก็บในช่วงต้นปี 2568 (ม.ค.-เม.ย.2568) ที่ราคา 4.15 บาทต่อหน่วย พบว่าต้นทุนจาก **SPP Adder และ VSPP
- นอกจากนี้ ยังมีส่วนประกอบของค่า FiT (Feed-in Tariff) อีกประมาณ 0.078 บาทต่อหน่วย ทำให้เมื่อรวมภาระจากนโยบายรัฐด้านพลังงานหมุนเวียน (Adder + FiT) ประชาชนต้องแบกรับต้นทุนส่วนนี้รวมกว่า 0.169 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นประมาณ 4.09%
- ทางออกหลังหมดสัญญา "PPA 5 ปี-เปิดเสรี TPA"
- แผนการดังกล่าวระบุถึงการปรับลดราคารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ให้เหลือเพียง 2.16 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับโครงการโซลาร์ชุมชน โดยจะบังคับใช้ทั้งกับโรงไฟฟ้าที่ครบอายุสัญญา 25 ปีแล้ว และกลุ่มที่ยังไม่ครบสัญญาแต่ดำเนินกิจการมาเกิน 10 ปี
Summary
นอกจากนี้ ยังได้ตั้งอนุกรรมการเพื่อตรวจสอบความเหมาะสมของสัญญาโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) โดยเฉพาะค่า AP/EP เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมสูงสุด โดยยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้จะไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน
แผนการดังกล่าวระบุถึงการปรับลดราคารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ให้เหลือเพียง 2.16 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับโครงการโซลาร์ชุมชน โดยจะบังคับใช้ทั้งกับโรงไฟฟ้าที่ครบอายุสัญญา 25 ปีแล้ว และกลุ่มที่ยังไม่ครบสัญญาแต่ดำเนินกิจการมาเกิน 10 ปี ซึ่งถือว่าคุ้มทุนแล้ว ทั้งนี้เตรียมเสนอต่อ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อแก้ไขมติเดิม ก่อนมอบหมายให้ 3 การไฟฟ้าเร่งทำสัญญาใหม่กับเอกชน เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) และค่าไฟฟ้าโดยรวมของประชาชน
นอกจากนี้ ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนเพราะเชื่อมั่นในนโยบายรัฐบาลตั้งแต่แรก หากมีการเปลี่ยนแปลงสัญญาในลักษณะนี้ อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การลงทุนของประเทศ เหมือนกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศเวียดนาม จนทำให้นักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่น และไม่กล้าเข้ามาลงทุนต่อ