Tesla · BeInCrypto Thailand
3 หุ้นสหรัฐฯ ที่น่าจับตาในเดือนกรกฎาคม 2026: ธนาคาร บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ และผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
หุ้นสหรัฐฯ ที่น่าจับตามองในเดือนกรกฎาคม 2026 สามตัวนี้มาจากภาคธนาคาร พลังงาน และรถยนต์ไฟฟ้า โดยแต่ละบริษัทต่างเผชิญกับปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในเดือนนี้ และในหุ้นแต่ละตัว สัญญาณจากตลาดออปชั่นกับกระแสเงินทุนได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว
Key facts
- หุ้นสหรัฐฯ ที่น่าจับตามองในเดือนกรกฎาคม 2026 สามตัวนี้มาจากภาคธนาคาร พลังงาน และรถยนต์ไฟฟ้า โดยแต่ละบริษัทต่างเผชิญกับปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในเดือนนี้ และในหุ้นแต่ละตัว สัญญาณจากตลาดออปชั่นกับกระแสเงินทุนได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว
- หุ้นยังซื้อขายใกล้ USD141 ลดลงจากจุดสูงสุดในเดือนเมษายนบริเวณ USD170 แต่ยังคงมีกำไรตั้งแต่ต้นปีถึง 17.28% ดังนั้น การปรับฐานจึงดูเหมือนการพักตัวมากกว่าการเข้าสู่ขาลง
- นักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรต่อหุ้นไว้ราว 5.44 USD เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 10% แต่ต่ำกว่า 5.94 USD ที่เพิ่งประกาศในไตรมาสแรก ราคาหุ้นอยู่ใกล้ 330 USD แต่ตลอดปีนี้ปรับขึ้นเพียง 1.58% จึงแทบไม่ได้ไปไหน
- หนึ่งธนาคารจะเปิดฤดูกาลประกาศงบ ขณะที่ยักษ์ใหญ่น้ำมันรายหนึ่งได้รับแรงหนุนจากอุปทานน้ำมันดิบทั่วโลกที่มีปัญหาสดใหม่ อีกทั้งยังมีผู้ผลิตรถยนต์รายหนึ่งที่ต้องเจอกับรายงานสำคัญที่ตัดสินอนาคต
- JPMorgan ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มหุ้นสหรัฐฯ ที่น่าจับตามอง เพราะจะเปิดเผยงบไตรมาสก่อนใคร ในวันที่ 14 กรกฎาคม และเป็นตัวกำหนดบรรยากาศของทั้งกลุ่มธนาคาร
- นักเทรดออปชั่นต่างก็ป้องกันความเสี่ยงก่อนการประกาศผล ระหว่างวันที่ 6 ถึง 8 กรกฎาคม สัดส่วนปริมาณ put-call ขยับขึ้นจาก 0.25 เป็น 0.81 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงไปทาง put อย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่อัตราส่วน open-interest ยังคงอยู่ใกล้ 1.05
Summary
หนึ่งธนาคารจะเปิดฤดูกาลประกาศงบ ขณะที่ยักษ์ใหญ่น้ำมันรายหนึ่งได้รับแรงหนุนจากอุปทานน้ำมันดิบทั่วโลกที่มีปัญหาสดใหม่ อีกทั้งยังมีผู้ผลิตรถยนต์รายหนึ่งที่ต้องเจอกับรายงานสำคัญที่ตัดสินอนาคต ร่วมกันแล้วหุ้นเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ากระแสเงินทุนกำลังเอนไปทางใดทั้งฝั่งขาขึ้นและขาลง
JPMorgan ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มหุ้นสหรัฐฯ ที่น่าจับตามอง เพราะจะเปิดเผยงบไตรมาสก่อนใคร ในวันที่ 14 กรกฎาคม และเป็นตัวกำหนดบรรยากาศของทั้งกลุ่มธนาคาร
นักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรต่อหุ้นไว้ราว 5.44 USD เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 10% แต่ต่ำกว่า 5.94 USD ที่เพิ่งประกาศในไตรมาสแรก ราคาหุ้นอยู่ใกล้ 330 USD แต่ตลอดปีนี้ปรับขึ้นเพียง 1.58% จึงแทบไม่ได้ไปไหน