← Back to KHAO

‘ฮอร์มุซ’ ปะทุรอบใหม่ ส่อฉุดเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง เสี่ยง GDP หลุด 2%

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช

นักวิชาการด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศเตือน ความขัดแย้งรอบใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซสะท้อนความเปราะบางของบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังทั้งสองฝ่ายตีความข้อตกลงหยุดยิงต่างกัน จนอาจนำไปสู่การปะทะซ้ำ กระทบตลาดพลังงานโลก ราคาน้ำมัน และต้นทุนเศรษฐกิจไทย พร้อมประเมินหากสงครามยืดเยื้อ GDP ไทยปี 2569 มีโอกาสขยายตัวต่ำกว่า 2%

Key facts

Summary

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เปิดเผยว่า แม้สหรัฐฯ และอิหร่านจะลงนาม บันทึกความเข้าใจ (MoU) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เพื่อหยุดยิงเป็นเวลา 60 วัน และเปิดทางสู่การเจรจาสันติภาพ แต่ความขัดแย้งได้กลับมาปะทุอีกครั้ง สะท้อนว่าข้อตกลงดังกล่าวยังมีความเปราะบาง โดยเฉพาะความเห็นต่างในการตีความเรื่อง ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก

สำหรับเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 เขาประเมินว่า ความผันผวนของราคาพลังงานยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ เพราะไทยยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนสูง ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง อัตราเงินเฟ้อ และกำลังซื้อของประชาชน หากสงครามยืดเยื้อ ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น และเศรษฐกิจโลกชะลอลง เศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวต่ำกว่า 2% จากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดไว้ 2.3% และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติคาดไว้ 2.5%

ประเด็นหลักอยู่ที่การตีความสิทธิในการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ โดยอิหร่านมองว่า MoU รับรองสิทธิในการกำหนดกฎระเบียบการเดินเรือ ขณะที่สหรัฐฯ เห็นว่าข้อตกลงมีเป้าหมายเพียงรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือ ไม่ใช่การรับรองอำนาจควบคุมของอิหร่าน ความแตกต่างดังกล่าวกลายเป็นชนวนให้การเจรจาหยุดชะงัก และนำไปสู่การเผชิญหน้ารอบใหม่

Read full article at Prachachat →