Thairath
คดีโกงสอบท้องถิ่น เตรียมเรียก “ส้ม-กริช” ผู้เกี่ยวข้องกว่า 6,000 คนเข้าให้ข้อมูล
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผบ.ตร. เรียกประชุมคณะทำงานสอบข้อเท็จจริง คดีโกงสอบท้องถิ่น เตรียมเรียก “ส้ม-กริช” รวมถึงผู้เกี่ยวข้องรวม 6,000 คน ให้ข้อมูล กำหนดกรอบให้เสร็จภายใน 20 วัน ก่อนเสนอนายกฯ
Key facts
- วันที่ 9 ก.ค. 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, ป.ป.ท., ป.ป.ง., ก.พ. และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดแนวทางการตรวจสอบข้อเท็จจริง
- ผบ.ตร. เรียกประชุมคณะทำงานสอบข้อเท็จจริง คดีโกงสอบท้องถิ่น เตรียมเรียก “ส้ม-กริช”
- ภายหลังการประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง 30 นาที พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการแบ่งหน้าที่ของคณะทำงาน ภายใต้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
- พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ย้ำว่า คณะทำงานชุดนี้ไม่มีอำนาจควบคุมตัวหรือดำเนินคดีอาญา หากภายหลังพบพยานหลักฐานจนมีการออกหมายจับ จะเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการดำเนินการตามกฎหมาย หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามกรอบ 20 วัน
Summary
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ย้ำว่า คณะทำงานชุดนี้ไม่มีอำนาจควบคุมตัวหรือดำเนินคดีอาญา หากภายหลังพบพยานหลักฐานจนมีการออกหมายจับ จะเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการดำเนินการตามกฎหมาย หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามกรอบ 20 วัน จำเป็นสามารถขยายระยะเวลาการตรวจสอบออกไปได้ แต่เชื่อมั่นว่าคณะทำงานจะสามารถรวบรวมข้อเท็จจริงและสรุปผลได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมยืนยันด้วยว่า การตรวจสอบของคณะทำงานชุดนี้ เป็นคนละส่วนกับคดีที่กระทรวงมหาดไทยแจ้งความกับกองปราบปรามในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร
ภายหลังการประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง 30 นาที พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการแบ่งหน้าที่ของคณะทำงาน ภายใต้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยคณะทำงานมีหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ บริษัทเอกชน หรือผู้เข้าสอบ เพื่อรายงานผลต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ เบื้องต้นได้กำหนดกรอบการทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน
สำหรับการตรวจสอบจะครอบคลุมบุคคลที่เกี่ยวข้องประมาณ 6,000 คน ซึ่งจะแบ่งกลุ่มเพื่อตรวจสอบเป็นรายกรณี หากพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายกระทำผิด จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอน