The Standard
ตลท.ไม่ห่วงปม ‘สุภาพร’ รายงานซื้อหุ้น TRUE กระทบความเชื่อมั่น เผยช่วย TRUE เร่งปิดสมุดทะเบียน พร้อมขอข้อมูลโบรกเกอร์หาข้อเท็จจริง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประเมินกรณี สุภาพร พิมพงษ์ รายงานซื้อหุ้น TRUE ต้องสงสัย ไม่กระทบความเชื่อมั่น ชี้นักลงทุนโฟกัสพื้นฐานธุรกิจเป็นหลัก พร้อมเผย TRUE ยื่นขอปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นแล้ว พร้อมเร่งรัดขอข้อมูลจากโบรกเกอร์ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง เตรียมใช้เกณฑ์ใหม่ปิดสมุดทะเบียนอัตโนมัติทุกสิ้นเดือน กรณีสัดส่วนถือหุ้นเปลี่ยนแปลงทุก 5%
Key facts
- เคสนี้จ่อเข้าเกณฑ์ใหม่ ยื่น 246-2 สัดส่วนหุ้นเปลี่ยนแปลงเกิน 5% TSD ปิดสมุดทะเบียนอัตโนมัติสิ้นเดือน
- ย้อนปมพิรุธ ‘สุภาพร’ โผล่ถือหุ้น TRUE กว่า 7% ก.ล.ต. พบ 5 ข้อสังเกต
- นักวิเคราะห์คาดกำไรหุ้นไทยปีนี้ทะลุ 100 บาทต่อหุ้น สูงสุดรอบ 3 ปี
- กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการยื่นแบบ 246-2 ที่ระบุว่า สุภาพร พิมพงษ์ ได้มาซึ่งหุ้น TRUE เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 คิดเป็น 3.2174% ของสิทธิออกเสียง ส่งผลให้สัดส่วนถือครองรวมเพิ่มเป็น 7.0992%
- ปัจจัยภายในประเทศที่เป็นแรงหนุนตลาดหุ้นไทยในเดือนมิถุนายน 2569 ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 เป็น 2.3% จากประมาณการเดิมที่ 2% โดยมีภาคการส่งออกที่ขยายตัวได้ดี
- เร่งปิดสมุดทะเบียน-ขอข้อมูลโบรกเกอร์ เร็วกว่ากรอบปกติ 5 วันทำการ
Summary
ตลท. ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว และพร้อมสนับสนุน ก.ล.ต. ในการหาข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ ก.ล.ต. กำลังตรวจสอบข้อมูลอย่างลึกซึ้งจากหลายมุมมอง เพื่อยืนยันว่าข้อมูลที่ปรากฏจริงหรือไม่จริงอย่างไร
อัสสเดชอธิบายว่า ขั้นตอนการยื่นรายงานเป็นไปตามเกณฑ์ของ ก.ล.ต. ซึ่งสำนักงานกำลังตรวจสอบอยู่ ส่วนคำถามสำคัญที่ว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ถือหุ้นจริงหรือไม่ ต้องพิสูจน์ด้วยการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ซึ่งตามระบบปกติจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ หลังจากขอข้อมูลจากโบรกเกอร์ทั้งหมด แต่สำหรับกรณีนี้ ตลท. กำลังเร่งรัดให้โบรกเกอร์ส่งข้อมูลโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ตลาดทุนได้รับคำตอบที่ชัดเจนโดยเร็ว
ทั้งนี้ ระบบรายงานแบบ 246-2 เป็นระบบที่ผู้ยื่นรับรองความถูกต้องของข้อมูลด้วยตนเอง เพื่อให้การเปิดเผยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นทำได้รวดเร็ว แต่หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการจงใจแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 302/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ