Prachachat
เปิดตัว ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’ เริ่มใช้จริง 1 ต.ค. 2569
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
จับตา “NIA Venture” กลไกการให้ทุนสตาร์ตอัพ-SMEs แบบใหม่ NIA สามารถถือหุ้น-ลงทุนผ่านกองทุนทรัสต์ ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ-ดึงเม็ดเงินต่างชาติ เบื้องต้นวางกรอบการจัดสรรเงิน 3 รูปแบบ ครอบคลุมธุรกิจตั้งแต่ Seed ถึง Series C คาดเริ่มใช้จริงหลัง 1 ต.ค. 256
Key facts
- Holding Company (ร้อยละ 30) ซึ่งจะร่วมลงทุนในกิจการของสตาร์ตอัปและเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพสูง ผ่านการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ไปยัง Holding Company ของสถาบันการศึกษา/เอกชน หรือสมทบกองทุนอื่น (Fund of Funds, FOF) เพื่อสร้างระบบนิเวศการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมที่หลากหลาย
- กลไกการให้ทุนสตาร์ตอัพ-SMEs แบบใหม่ NIA สามารถถือหุ้น-ลงทุนผ่านกองทุนทรัสต์ ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ-ดึงเม็ดเงินต่างชาติ เบื้องต้นวางกรอบการจัดสรรเงิน 3 รูปแบบ ครอบคลุมธุรกิจตั้งแต่ Seed ถึง Series C คาดเริ่มใช้จริงหลัง 1 ต.ค. 2569
- เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของระบบนวัตกรรมไทย
- กลไกการลงทุนของ NIA Venture คาดว่าจะเริ่มใช้ได้หลังวันที่ 1 ต.ค. 2569 เพราะเป็นช่วงเริ่มต้นปีงบประมาณ 2570 พอดี ซึ่งปัจจุบันกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนหลักยังอยู่ในช่วงพิจารณางบฯ
- ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA เปิดเผยว่า ตามที่ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ “พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569”
- ดร.กริชผกากล่าวด้วยว่า NIA ได้วางกรอบการจัดสรรเงินลงทุนของ NIA Venture ไว้เบื้องต้น 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.PE Trust (ร้อยละ 40) สำหรับร่วมลงทุนผ่านกองทุนทรัสต์ในกิจการของสตาร์ตอัพและเอสเอ็มอีที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในธุรกิจระยะ
Summary
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA เปิดเผยว่า ตามที่ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ “พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569” เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของระบบนวัตกรรมไทย
จากเดิมที่ NIA มีบทบาทหลักในการสนับสนุนสตาร์ตอัพและเอสเอ็มอี (SMEs) ผ่านรูปแบบเงินทุนให้เปล่า หรือเงินทุนอุดหนุนโครงการเป็นหลัก และการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม สู่การที่ NIA สามารถใช้กลไกด้านการลงทุนผ่าน “NIA Venture” ในลักษณะเงินทุนกระตุ้น (Catalytic Capital) เพื่อดึงดูดเงินทุนเอกชนให้เข้ามาร่วมลงทุนด้วย
การลงทุนจะมุ่งเน้นใน 5 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ เกษตรและอาหาร ธุรกิจสุขภาพและสุขภาวะ เศรษฐกิจหมุนเวียน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งภาครัฐไม่ได้มุ่งสร้างผลกำไรจากการถือหุ้น หรือเข้าไปแข่งขันกับนักลงทุน แต่ต้องการใช้การลงทุนเป็นเครื่องมือลดความเสี่ยงให้สตาร์ตอัพและเอสเอ็มอีในช่วงเริ่มต้น โดยจะเข้าไปเติมเต็มช่องว่างช่วงที่ธุรกิจยังมีความเสี่ยงสูง เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้