Khaosod
ศาลนราธิวาส พิพากษา จำคุก 2 จำเลย คดีความมั่นคง ผิดฐานอั้งยี่ เหตุปะทะอำเภอรือเสาะ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นราธิวาส ศาล พิพากษา จำคุก 2 จำเลย คดีความมั่นคง ผิดฐานอั้งยี่ เหตุปะทะ พื้นที่อำเภอรือเสาะ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยัน ปฏิบัติงานทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย คำนึงหลักสิทธิมนุษยชน
Key facts
- เชื่อพญางู! เจ้าของบ้าน วัย75 สงสัยแมวหาย เจองูตัวใหญ่ กู้ภัยหลายคนต้องช่วยยก เผยเลขบ้าน
- สืบเนื่องจากเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย และเกิดการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ในพื้นที่ป่าภูเขาสาวอฮีเล อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2565 ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย
- ศาลจังหวัด นราธิวาส อ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ อ.135/2569 โดยมีนายมูซากิร (สงวนนามสกุล) เป็นจำเลยที่ 1 และนายอุสมาน (สงวนนามสกุล) เป็นจำเลยที่ 2 คดีดังกล่าวเป็นความผิดฐานอั้งยี่ ร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธ
- นราธิวาส ศาล พิพากษา จำคุก 2 จำเลย คดีความมั่นคง ผิดฐานอั้งยี่ เหตุปะทะ พื้นที่อำเภอรือเสาะ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยัน ปฏิบัติงานทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย คำนึงหลักสิทธิมนุษยชน
Summary
ศาลชั้นต้นพิพากษา ลงโทษจำคุก นายมูซากิร (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 14 ปี และนายอุสมาน (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 เป็นเวลา 15 ปี โดยพยานหลักฐานสำคัญประกอบด้วยผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งตรวจพบสารพันธุกรรม (DNA) ของจำเลยทั้งสองในของใช้ส่วนตัวหลายรายการที่ตรวจยึดได้จากฐานที่เกิดเหตุ
ศาลจังหวัด นราธิวาส อ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ อ.135/2569 โดยมีนายมูซากิร (สงวนนามสกุล) เป็นจำเลยที่ 1 และนายอุสมาน (สงวนนามสกุล) เป็นจำเลยที่ 2 คดีดังกล่าวเป็นความผิดฐานอั้งยี่ ร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธ และร่วมกันมีอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า การปฏิบัติงานทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และดำเนินการกับผู้กระทำผิดตามพยานหลักฐาน เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้