Khaosod
ซีพี เปิด “Reforest Tokenization” นำร่องกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ยกระดับทุนธรรมชาติไทยสู่เศรษฐกิจ เริ่ม 10,000 ไร่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กรุงเทพฯ 8 กรกฎาคม 2569 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) เปิดตัว Reforest Tokenization โมเดลเศรษฐกิจสีเขียวที่มุ่งยกระดับ “ทุนธรรมชาติ”
Key facts
- กรุงเทพฯ 8 กรกฎาคม 2569 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) เปิดตัว Reforest Tokenization โมเดลเศรษฐกิจสีเขียวที่มุ่งยกระดับ “ทุนธรรมชาติ”
- (Natural Capital) ของประเทศไทยสู่ระบบเศรษฐกิจยุคดิจิทัล โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นกลไกเชื่อมโยงคุณค่าที่เกิดจากการฟื้นฟูและดูแลผืนป่าเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมนำร่องความร่วมมือกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์
- นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “การอนุรักษ์ป่าในอนาคตจำเป็นต้องสร้าง ‘แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ’ ให้คนที่อยู่กับป่าสามารถมีรายได้จากการรักษาป่า มากกว่าการใช้ประโยชน์ที่ทำลายทรัพยากร จึงเป็นที่มาของแนวคิด
- ป่าเป็นระบบนิเวศที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ ช่วยดูดซับคาร์บอนจากกิจกรรมของมนุษย์ร้อยละ 31 เป็นแหล่งกำเนิดน้ำจืดร้อยละ 75 ของโลก เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตบนบกร้อยละ 80 และประชากรที่ยากจนที่สุดของโลกร้อยละ 90 ยังพึ่งพาป่าในการดำรงชีวิต
Summary
กรุงเทพฯ 8 กรกฎาคม 2569 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) เปิดตัว Reforest Tokenization โมเดลเศรษฐกิจสีเขียวที่มุ่งยกระดับ “ทุนธรรมชาติ”
“ป่าเป็นระบบนิเวศที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ ช่วยดูดซับคาร์บอนจากกิจกรรมของมนุษย์ร้อยละ 31 เป็นแหล่งกำเนิดน้ำจืดร้อยละ 75 ของโลก เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตบนบกร้อยละ 80 และประชากรที่ยากจนที่สุดของโลกร้อยละ 90 ยังพึ่งพาป่าในการดำรงชีวิต อย่างไรก็ตาม ระหว่างปี 2533-2568 พื้นที่ป่าในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยกัมพูชาสูญเสียพื้นที่ป่าร้อยละ 42 ลาวร้อยละ 9.5 เมียนมาร้อยละ 3.9 และประเทศไทยร้อยละ 2.9 แม้ไทยจะรักษาพื้นที่ป่าไว้ได้ดีกว่าหลายประเทศในภูมิภาค
“จากประสบการณ์การลงพื้นที่จังหวัดน่านร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ผมได้เรียนรู้ว่าหัวใจของการอนุรักษ์ป่าไม่ใช่เพียงการปลูกต้นไม้ แต่คือการทำให้คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุล มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีอาชีพที่ยั่งยืน หากชุมชนยังมีรายได้ไม่เพียงพอ แรงกดดันต่อผืนป่าก็จะยังคงอยู่ วันนี้โลกมีคาร์บอนเครดิตเป็นกลไกที่สะท้อนคุณค่าของการดูดซับคาร์บอน แต่ความจริงแล้วป่ายังมีคุณค่าอีกมาก ทั้งการรักษาต้นน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ การป้องกันไฟป่า และการดูแลชุมชน Reforest Tokenization
นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “การอนุรักษ์ป่าในอนาคตจำเป็นต้องสร้าง ‘แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ’ ให้คนที่อยู่กับป่าสามารถมีรายได้จากการรักษาป่า มากกว่าการใช้ประโยชน์ที่ทำลายทรัพยากร จึงเป็นที่มาของแนวคิด Reforest Tokenization ที่มุ่งยกระดับผืนป่าให้เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Natural Capital เพื่อเชื่อมโยงการอนุรักษ์กับกลไกเศรษฐกิจ และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม”