BBC Thai
สภาเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ตามวุฒิสภาแก้ไข ไม่นิรโทษกรรม 112
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข ตามที่วุฒิสภาแก้ไข ด้วยคะแนนเสียง 306 ต่อ 141 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง
Key facts
- ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข ตามที่วุฒิสภาแก้ไข ด้วยคะแนนเสียง 306 ต่อ 141 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง
- พรรคประชาชน: "ข้อแก้ไขของ สว. น่าผิดหวังอย่างยิ่ง"
- ต้องมองย้อนกลับไปว่าโทษที่สูงมากของกฎหมายนี้เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจในวันที่ 6 ต.ค. 2519 โดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินออกคำสั่งฉบับที่ 41 แก้ไขเพิ่มโทษ ม.112 จากเดิมจำคุกไม่เกิน 7 ปี เป็น 3-15 ปี ซึ่งถือว่า
- นักกิจกรรมทางการเมืองกลุ่มทะลุวัง ซึ่งเสียชีวิตขณะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำในปี 2567 แต่คดีกลับถูกยกฟ้องในภายหลัง ซึ่งทำให้เห็นว่าการลงโทษคดี ม.112 ไม่ได้เริ่มต้นหลังมีคำพิพากษา แต่เริ่มลงโทษตั้งแต่วันที่ถูกกล่าวหา
- สส. สมัยแรก ผู้เป็นบุตรชายของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ และอดีตแกนนำนักศึกษาเดือนตุลา 2519 ชี้ชวนให้มองตามข้อเท็จจริงที่ว่า ณ วันนี้ที่ไม่มีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีถูกคุมขังตามความผิดมาตรา 112 ดังนั้นการรออีก 1
- พรรคภูมิใจไทย: "ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสันติสุขฯ ที่อยู่ในเล่มนี้ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ชุบชีวิตขึ้นมา"
Summary
บรรดา สส. พรรคร่วมรัฐบาลประกาศสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ตามที่วุฒิสภาแก้ไขมา เพราะมองว่าเป็นเพียงการปรับแก้ถ้อยคำ ไม่ใช่สาระสำคัญ
ก่อนการลงมติ บรรดา สส. ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวางโดยใช้เวลากว่า 3 ชม. โดยเฉพาะเนื้อหาในมาตรา 11 ที่กำหนดให้การกระทำที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ. นี้ ถ้าผู้กระทำความผิดเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีร้องขอ และคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเห็นสมควรเพื่อสร้างเสริมสังคมสันติสุข ให้จัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูผู้กระทำความผิด โดยใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา แต่ปรากฏว่า สว. ได้เพิ่มข้อความว่าห้าม "บังคับใช้กับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
เมื่อสภาลงมติเห็นชอบด้วย จึงเป็นอันว่าร่างนี้ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ขั้นตอนหลังจากนี้ นายกรัฐมนตรีก็จะนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายให้ทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป