iLaw
สส. เห็นชอบร่างสร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ที่สว.แก้ไข กบฏ-ล้มเลือกตั้งรอด ปิดทุกประตูคดีมาตรา 112 ไม่เว้นเยาวชน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
8 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:49 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ฉบับที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีผู้เห็นด้วย 306 คน ไม่เห็นด้วย 141 คน งดออกเสียง 2 คน ถือว่ารัฐสภาเห็นชอบกับร่างกฎหมายฉบับนี้และนายกรัฐมนตรีสามารถนำร่างขึ้นทูลเกล้าให้พระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือ
Key facts
- 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:49 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ฉบับที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีผู้เห็นด้วย 306 คน ไม่เห็นด้วย 141 คน งดออกเสียง 2 คน
- ในวาระครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ ขอเชิญชวนให้ลงชื่อเพื่อเสนอยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 คืนอัตราโทษก่อนหน้ารัฐประหาร 2519 และส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า
- บทลงโทษที่หนักของมาตรา 112 เช่นนี้เกิดขึ้นภายหลังการสังหารหมู่ “6 ตุลา 2519”
- นอกจากร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้แล้ว ยังรวมถึงกฎหมายเพื่อช่วยเยาวชนที่ออกมาเรียกร้องเมื่อปี 2563 และปี 2564 ที่ถูกดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นแล้วกลับมาดูบัญชีแนบท้ายความผิดนี้ยังจะมีคนพ้นโทษประมาณ 6,000 คนทั้งในความผิดเรื่องของความผิดทางแพ่ง
Summary
8 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:49 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ฉบับที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีผู้เห็นด้วย 306 คน ไม่เห็นด้วย 141 คน งดออกเสียง 2 คน ถือว่ารัฐสภาเห็นชอบกับร่างกฎหมายฉบับนี้และนายกรัฐมนตรีสามารถนำร่างขึ้นทูลเกล้าให้พระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือ
อย่างไรก็ตาม การนิรโทษกรรมโดยไม่รวมคดีมาตรา 112 และปิดช่องทางการฟื้นฟูเยาวชน สะท้อนว่ารัฐสภากำลังหันหลังให้จำเลยคดีมาตรา 112 แต่การผลักดันเพื่อยุติความไม่เป็นธรรมทางกฎหมายยังต้องเดินหน้าต่อไป ในทุกช่องทาง ทุกความเป็นไปได้ทางกฎหมายและทางการเมือง
ทั้งนี้ก่อนการลงมติมีผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองต่างๆ ผลัดเปลี่ยนกันอภิปรายอยู่เกือบ 4 ชั่วโมง ประเด็นที่ถกเถียงกันคือ การนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 และการเพิ่มเติมมาตรา 11 วรรคสอง ซึ่งเดิมในการพิจารณาในกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรถูกวางให้เป็น ‘มาตรการพิเศษ’ สำหรับเยาวชนที่ถูกกล่าวหาในคดีที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมตามกฎหมายนี้อย่างมาตรา 112 แต่วุฒิสภากลับเติมวรรคสองเข้ามาไม่ให้ใช้บังคับกับคดีมาตรา 112
แล้วต้องพูดด้วยความซื่อสัตย์ต่อประวัติศาสตร์ “ถ้าเราตัดออก 112 ออกไปตั้งแต่ต้น เรากำลังบอกประชาชนกลุ่มหนึ่งว่าความเจ็บปวดของพวกเขา ไม่ใช่ความเจ็บปวดทางการเมือง เรากำลังบอกคนหนุ่มสาว นักศึกษา นักกิจกรรม นักวิชาการ และครอบครัวของผู้ถูกดำเนินคดีว่าชีวิตที่เสียไปเวลาในเรือนจำ โอกาสทางการศึกษา อาชีพ สุขภาพและอนาคตของพวกเขาไม่อยู่ในสายตาของรัฐสภาหรือ ถ้าเป็นเช่นนั้นนิรโทษกรรมก็จะไม่ใช่การปรองดอง แต่เป็นการเลือกปรองดองเฉพาะบางฝ่าย ให้อภัยเฉพาะบางคนและเลือกมองไม่เห็นเฉพาะบางบาดแผล”