Thairath
ยธ.แจงย้าย “พงษ์สวาท” ดัน “ปิยะศิริ” เสียบปลัดฯ คนใหม่ ยันสับเปลี่ยนหน้าที่ตามวาระ 4 ปี
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กระทรวงยุติธรรมแจงปมย้าย “พงษ์สวาท” นั่งที่ปรึกษานายกฯ ดัน “ปิยะศิริ” เสียบปลัดฯ คนใหม่ ยันสับเปลี่ยนหน้าที่ตามวาระ 4 ปี
Key facts
- วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 กระทรวงยุติธรรมได้ออกเอกสารชี้แจงอย่างเป็นทางการ ภายหลังจากที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เสนอ
- เสียบปลัดฯ คนใหม่ ยันสับเปลี่ยนหน้าที่ตามวาระ 4 ปี
- กระทรวงยุติธรรมได้ชี้แจงรายละเอียดเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า การโอนย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เป็นการแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในระดับเดียวกัน
- กระทรวงยุติธรรมย้ำว่า การรับโอนและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามบทบัญญัติของกฎหมาย หลักเกณฑ์ และระเบียบของทางราชการอย่างถูกต้อง
Summary
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 กระทรวงยุติธรรมได้ออกเอกสารชี้แจงอย่างเป็นทางการ ภายหลังจากที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เสนอ ให้รับโอนนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ (นักบริหารระดับสูง) สังกัดสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมมีมติแต่งตั้งนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร
กระทรวงยุติธรรมได้ชี้แจงรายละเอียดเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า การโอนย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เป็นการแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในระดับเดียวกัน โดยเป็นการดำเนินงานตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง ซึ่งกำหนดไว้ว่า เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงปฏิบัติหน้าที่ครบกำหนด 4 ปี ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุหรือรัฐมนตรี มีอำนาจพิจารณาดำเนินการสับเปลี่ยนหน้าที่ ย้าย
กระทรวงยุติธรรมย้ำว่า การรับโอนและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามบทบัญญัติของกฎหมาย หลักเกณฑ์ และระเบียบของทางราชการอย่างถูกต้อง รวมทั้งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งนี้ก็เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบราชการต่อไป