Brand Inside
‘เวียดนาม’ ไม่อยากแก่ก่อนรวย ยอมให้มีลูกมากกว่า 2 คน หลังออกกฎห้ามกว่า 37 ปี
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เศรษฐกิจ ‘เวียดนาม’ ยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งของเอเชีย โดย ‘World Economic Outlook’ ฉบับเดือนตุลาคม 2568 ของ IMF คาดการณ์ว่า GDP ของประเทศในปี 2569 จะเติบโต 5.6%
Key facts
- เศรษฐกิจ ‘เวียดนาม’ ยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งของเอเชีย โดย ‘World Economic Outlook’ ฉบับเดือนตุลาคม 2568 ของ IMF คาดการณ์ว่า GDP ของประเทศในปี 2569 จะเติบโต 5.6%
- การเปลี่ยนทิศครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อปี 2568 หลังรัฐบาลยกเลิกนโยบายจำกัดการมีลูกไม่เกิน 2 คนที่ใช้มายาวนาน
- มาตรการใหม่ครอบคลุมตั้งแต่การเพิ่มสิทธิ์ลาคลอดสำหรับผู้หญิงที่มีลูกคนที่สองจาก 6 เดือนเป็น 7 เดือน เพิ่มสิทธิ์ลาหยุดของผู้เป็นพ่อจาก 5 วันทำงานเป็น 10 วัน สนับสนุนค่าตรวจคัดกรองก่อนคลอดและหลังคลอด รวมถึงเงินอุดหนุนอย่างน้อย 2 ล้านดอง
- ‘เหงียน คิม บิช’ หนึ่งในชาวฮานอยวัย 32 ปี และสามี มีลูกหนึ่งคนแล้ว บอกว่า หากตัดสินใจมีลูกคนที่สอง เธอจะได้ลาคลอดเพิ่มอีก 1 เดือน ได้รับการตรวจสุขภาพฟรี และเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่เธอบอกว่าครอบครัวมีรายได้รวมเพียงประมาณ 1,000 ดอลลาร์ฯ
- มุมมองเดียวกันยังสะท้อนจาก ตรัน มินห์ อันห์ พนักงานแคชเชียร์วัย 24 ปี ในกรุงฮานอย ที่มีรายได้ราว 380 ดอลลาร์ฯ ต่อเดือน เธอบอกว่าไม่มีแผนจะมีลูกเลย เพราะภาระทั้งด้านการเงินและความกดดันในการเลี้ยงดูสูงเกินไป
- รัฐบาลคาดการณ์ว่า ภายในช่วงกลางศตวรรษ ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มเป็นราว 25% ของประชากรทั้งหมด ก่อนที่จำนวนประชากรโดยรวมจะเริ่มลดลง ขณะที่ ‘โบนัสทางประชากร’ ซึ่งเป็นช่วงที่ประชากรวัยทำงานมีสัดส่วนมากกว่ากลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ
Summary
‘ฟาม ถิ ลาน’ หัวหน้าฝ่ายประชากรและการพัฒนาแห่งกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ประจำเวียดนาม มองว่านี่เป็นการเปลี่ยนแนวคิดครั้งสำคัญของประเทศ จากเดิมที่เน้นควบคุมการวางแผนครอบครัว ไปสู่การพัฒนาประชากร และเปิดโอกาสให้คู่รักตัดสินใจเรื่องการมีบุตรได้ด้วยตนเองมากขึ้น
แต่ในอีกด้าน เวียดนามกลับกำลังเจอความท้าทายที่อาจกระทบการเติบโตในระยะยาว เมื่อ ’อัตราการเกิด’ ลดลงต่อเนื่อง และสังคมกำลังเข้าสู่ ‘ภาวะสูงวัย’ เร็วกว่าระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศ จนรัฐบาลต้องพลิกนโยบายประชากรครั้งใหญ่
‘เหงียน คิม บิช’ หนึ่งในชาวฮานอยวัย 32 ปี และสามี มีลูกหนึ่งคนแล้ว บอกว่า หากตัดสินใจมีลูกคนที่สอง เธอจะได้ลาคลอดเพิ่มอีก 1 เดือน ได้รับการตรวจสุขภาพฟรี และเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่เธอบอกว่าครอบครัวมีรายได้รวมเพียงประมาณ 1,000 ดอลลาร์ฯ ต่อเดือน หรือราว 33,180 บาท และเกือบครึ่งหนึ่งหมดไปกับการเลี้ยงลูกคนแรก อีกทั้งยังต้องอาศัยอยู่กับพ่อแม่ของสามี