Matichon
ปกรณ์ แจงเกณฑ์เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.พลเรือน เผยอายุ 40 ยังรีสกิลตัวเองได้ ล็อกเป้าลดธุรการ เสมียน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 7 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงแนวคิดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ศึกษาเรื่องการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด โดยจะให้มีผลทันทีภายในปี 2570 ว่าเป็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากมีตัวเลขรายจ่ายประจำสูงเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้รัฐบาลมีงบประมาณใช้จ่ายในการลงทุนและช่วยเหลือประชาชนน้อยลง กลายเป็นปัญหา จึงมีแนวคิดลดจำนวนข้าราชการลงผ่านระบบสมัครใจ
Key facts
- เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 7 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงแนวคิดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ศึกษาเรื่องการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด
- เมื่อถามย้ำว่า จะมีการปรับหลักเกณฑ์อายุเออร์ลี่รีไทร์เริ่มตั้งแต่ 40 ปีใช่หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า มองว่าไม่ควรปิดว่าอายุเท่าไหร่ ใครขอก่อนขอหลัง และย้ำว่าจะต้องทำให้ทันภายในปีงบประมาณ 2570 ก่อนกล่าวติดตลกว่า “ลูกค้าเยอะ”
- นายปกรณ์กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะทำควบคู่กับการปรับลดอัตราตำแหน่งในระบบราชการให้เหลือเท่าที่จำเป็น ซึ่งเหตุผลนอกจากเรื่องงบประมาณ ขณะนี้เรามีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อทดแทนงานปกติประจำวัน จึงสามารถยกเลิกในบางตำแหน่งได้
- ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้กำหนดกรอบตัวเลขของการเออรีรีไทร์หรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณากองทุนบําเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รวมถึงงบประมาณที่จะต้องใช้ ฉะนั้น ต้องดูอย่างละเอียด ตนได้ให้ ก.พ.เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ
Summary
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำแหน่งใดบ้างที่อาจจะปรับลด นายปกรณ์กล่าวว่า ยกตัวอย่าง เช่น พนักงานพิมพ์ เนื่องจากปัจจุบันบุคลากรทุกคนมีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือในการพิมพ์อยู่แล้ว ฉะนั้น อาจจะต้องปรับลดลง รวมถึงงานธุรการ ซึ่งสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาได้ แต่ยืนยันว่าจะค่อยเป็นค่อยไป เพราะความสามารถในการใช้เทคโนโลยีของแต่ละหน่วยงานไม่เท่ากัน หากหน่วยงานใดมีความพร้อมก็สามารถดำเนินการได้ทันที แต่ไม่มีการกำหนดกรอบเวลาว่าจะทำแล้วเสร็จเมื่อใด
นายปกรณ์กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะทำควบคู่กับการปรับลดอัตราตำแหน่งในระบบราชการให้เหลือเท่าที่จำเป็น ซึ่งเหตุผลนอกจากเรื่องงบประมาณ ขณะนี้เรามีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อทดแทนงานปกติประจำวัน จึงสามารถยกเลิกในบางตำแหน่งได้ แต่ไม่ได้มุ่งมั่นให้เกิดความโกลาหล และจะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป
เมื่อถามว่า โครงการนี้จะทำทุกกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานรัฐอื่นด้วยใช่หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า จะเริ่มต้นจากข้าราชการพลเรือนก่อน หากเป็นประโยชน์จะขยายไปใช้ในหน่วยงานอื่น เช่น ท้องถิ่น องค์การมหาชน ทหาร ตำรวจ โดยปัจจุบันทั้งทหารและตำรวจดำเนินการอยู่