← Back to KHAO

ออกหมายจับ อดีตทนาย คู่กรณีแม่เบนซ์ เรซซิ่ง หนีฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องเท็จ-ไม่คืนเงิน 3 ล้าน

4 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.

2 แหล่งข่าวยืนยัน

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.3452/2562 ที่นางสุพรเพ็ญ วรโรจน์เจริญเดช เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายศิวาวิทย์ สำเร็จผล อดีตทนายความ เป็นจำเลย ในข้อหาฟ้องเท็จ เบิกความเท็จ

Key facts

Summary

คำฟ้องโจทก์ระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2560 จำเลยนำความเท็จมาฟ้องโจทก์ต่อศาลอาญาเป็นคดีหมายเลขดำ อ.3534/2560 ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม ทำให้เสียหาย หมิ่นประมาท กล่าวหาโจทก์ได้บังอาจเอาไปเสียซึ่งเอกสารสัญญาจ้างทำของ และวันที่ 6 ต.ค.2560 โจทก์ได้นำสัญญาดังกล่าวไปใช้เป็นพยานหลักฐานเท็จในคดีของศาลแพ่ง ความจริงโจทก์ไม่ได้เอาไป และโจทก์ไม่ได้ใช้พยานหลักฐานเท็จ ขณะจำเลยฟ้องโจทก์คดีดังกล่าว จำเลยเป็นทนายความ ต่อมาถูกสภาทนายความฯลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความเมื่อวันที่

โดยวันนี้ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง เดินทางมาพร้อมนางสุพรเพ็ญ ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า มากับมารดาเพื่อฟังคำพิพากษาศาลฎีกาโดยมาในฐานะโจทก์ที่ยื่นฟ้องทนายความที่เคยว่าจ้างเรื่องประกันตัวไปและไม่คืนเงินจำนวน 3.1 ล้านบาท และศาลแพ่งได้มีคำสั่งไปก่อนหน้านี้ให้คืนเงินดังกล่าวแบบเต็มจำนวนไปแล้ว แต่ภายหลังก็ไม่มีเงินมาชดใช้คืน มีเพียงแค่คำสั่งล้มละลาย หลังจากนั้นพอมีคำสั่งให้คืนเงิน นายศิวาวิทย์ก็มาฟ้องกลับมารดาของตนว่านำเอกสารไปฟ้องโดยไม่ได้รับอนุญาต

นายอัครกิตติ์กล่าวอีกว่า มองว่าคดีนี้มีความสำคัญตรงที่เป็นคนมีความรู้ความสามารถและเป็นทนายความ เป็นที่ปรึกษากรรมาธิการ เคยได้รับรางวัลผู้นำองค์กรดีเด่น ไม่ควรนำตำแหน่งหรืออำนาจใดๆ มากลั่นแกล้งประชาชน เหมือนหากินกับความเดือดร้อนของผู้อื่นที่มีคดีความอยู่ และคนแบบนี้ไม่ควรมีที่ยืนในสังคม