Prachachat
จีน ‘มือที่มองไม่เห็น’ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันโลก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านปะทุขึ้น ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกดีดตัวสูงขึ้นจากความไม่แน่นอนในช่องแคบฮอร์มุซ จีนกลายเป็น “มือที่มองไม่เห็น” ที่สามารถหยุดยั้งราคาน้ำมันดิบโลกไม่ให้พุ่งสูงเกิน 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ราว 6,600 บาท) ด้วยการลดการนำเข้าน้ำมันดิบลงอย่างมหาศาล แต่จะเป็นอย่างไรถ้าจีนกลับไปซื้อน้ำมันในปริมาณเท่าเดิม
Key facts
- บริษัท Vortexa ซึ่งเป็นบริษัทข่าวกรองสินค้าโภคภัณฑ์ ประเมินว่า เมื่อเดือน มิ.ย. 2026 จีนนำเข้าน้ำมันผ่านช่องทางขนส่งทางเรือลดลงมาก สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี ที่ 5.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือลดลงประมาณ 50% จากระดับก่อนสงคราม
- ที่สามารถหยุดยั้งราคาน้ำมันดิบโลกไม่ให้พุ่งสูงเกิน 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ราว 6,600 บาท) ด้วยการลดการนำเข้าน้ำมันดิบลงอย่างมหาศาล แต่จะเป็นอย่างไรถ้าจีนกลับไปซื้อน้ำมันในปริมาณเท่าเดิม
- ‘จีนให้ แล้วจีนก็เอากลับคืน’ เป็นประโยคที่สามารถอธิบายบริบทของจีนได้เป็นอย่างดี “ต่อไปนี้การกระทำของจีน อาจกำหนดราคาน้ำมันโลกไปได้อีกนานหลายปี โดยหากจีนขยันซื้อน้ำมันเรื่อย ๆ ราคาอาจพุ่งไปอยู่ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ราว 2,600 บาท)
- บลาสเชื่อว่า ตั้งแต่ปี 2024-2025 เรื่อยมาจนถึงต้นปี 2026 จีนนำเข้าน้ำมันมากกว่าปริมาณที่ต้องการใช้จริงมาก โดยอาจมีปริมาณสำรองมากถึง 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือเทียบเท่าปริมาณการบริโภคน้ำมันรายวันของฝรั่งเศส
- บลาสกล่าวทิ้งท้ายว่า การคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะฟื้นตัวกลับไปที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ราว 3,300 บาท) ในเร็ว ๆ นี้ ถือเป็นการคาดการณ์ที่ประมาทพอ ๆ กับการคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันจะลดลงเหลือ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ราว 1,600 บาท) ในปีหน้า
Summary
จาเวียร์ บลาส นักข่าวสายพลังงานและการเงิน หนึ่งในผู้เขียนหนังสือ ‘โลกนี้มีไว้ขาย : The World for Sale’ ตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้สงครามสิ้นสุดลงแล้ว แต่จีนยังไม่ได้กลับไปซื้อน้ำมันดิบในปริมาณเท่าเดิม ดังนั้นคำถามสำคัญควรจะเป็น ‘เมื่อไหร่จีนจะทำเช่นนั้น’ มากกว่าที่จะถามว่า ‘จีนจะทำเช่นนั้นหรือไม่’
สำหรับภาคการเงินและเศรษฐกิจ ยิ่งจีนชะลอการกลับไปซื้อน้ำมันจำนวนมากนานเท่าไหร่ อัตราเงินเฟ้อก็จะยิ่งลดลงมาก และหากปัจจัยอื่น ๆ คงที่แล้ว โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางประเทศอื่น ๆ จะลดอัตราดอกเบี้ยก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
‘จีนให้ แล้วจีนก็เอากลับคืน’ เป็นประโยคที่สามารถอธิบายบริบทของจีนได้เป็นอย่างดี “ต่อไปนี้การกระทำของจีน อาจกำหนดราคาน้ำมันโลกไปได้อีกนานหลายปี โดยหากจีนขยันซื้อน้ำมันเรื่อย ๆ ราคาอาจพุ่งไปอยู่ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ราว 2,600 บาท) แต่หากจีนไม่ซื้อ ก็อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ทำให้ราคาน้ำมันลดต่ำลงไปอยู่ที่ราว 60-65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ราว 2,000-2,100 บาท) ในช่วงปลายปี 2026 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027”