Prachachat
เกมภาษีทรัมป์บีบไทยเลือกข้าง เปิดโจทย์ใหญ่ ART-301 เดิมพันส่งออกสหรัฐ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
บทวิเคราะห์ “ยอมเสียเบี้ยเพื่อรักษาขุน ? ไทยควรเดินหมากอย่างไร บนเกมใหม่ภาษีทรัมป์” โดยนายศุภณัฏฐ์ ศศิวุฒิวัฒน์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า มาตรการภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเปลี่ยนจากเกมภาษีชั่วคราวไปสู่เครื่องมือกดดันเชิงโครงสร้าง ผ่านทั้งมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 และกรอบข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน หรือ ART ที่อาจกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ทางการค้าไทย-สหรัฐฯ ในระยะต่อไป
Key facts
- แรงงานบังคับกระทบจำกัด แต่ไทยยังอยู่กลุ่มภาษีสูงกว่า
- ในประเด็นแรงงานบังคับ USTR เสนอให้จัดเก็บภาษีเพิ่มเติม 2 อัตรา ได้แก่ 10% สำหรับกลุ่มประเทศที่มีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ หรือมีมาตรการบางส่วนที่ช่วยป้องกันการนำเข้าสินค้าดังกล่าว
- ART ไม่ใช่แค่ข้อตกลง แต่คือแรงกดดันเชิงยุทธศาสตร์
- ในกรอบข้อตกลงเบื้องต้น ไทยตกลงจะยกเลิกภาษีนำเข้ากว่า 99% ของรายการสินค้า และผ่อนคลายมาตรการที่มิใช่ภาษีในหลายสาขา เช่น ลดอุปสรรคต่อการนำเข้าสินค้าเกษตรและเนื้อสัตว์จากสหรัฐฯ ผ่อนคลายข้อจำกัดการถือหุ้นต่างชาติในธุรกิจโทรคมนาคม
- ร่วมมือสหรัฐฯ ได้ แต่ต้องไม่เสียอิสระนโยบาย
Summary
แต่ข้อจำกัดของมาตรา 122 คือมีอายุเพียง 150 วัน และจะสิ้นสุดในวันที่ 24 กรกฎาคม 2026 เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาให้ขยายเวลาออกไป ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องหาเครื่องมือทางภาษีที่มีฐานกฎหมายมั่นคงกว่า นั่นคือมาตรา 301 ซึ่งให้อำนาจผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ USTR ตอบโต้นโยบายหรือแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของประเทศคู่ค้า
สำหรับไทย โจทย์ไม่ได้อยู่เพียงการลดอัตราภาษีนำเข้าให้ต่ำที่สุด แต่ต้องชั่งน้ำหนักว่า “ภาษีที่ลดลง” ต้องแลกกับต้นทุนอะไรบ้าง ทั้งการเปิดตลาดสินค้าและบริการ การซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ การปรับกฎระเบียบภายในประเทศ ไปจนถึงเงื่อนไขที่อาจจำกัดอิสระของไทยในการกำหนดนโยบายการค้ากับประเทศที่สาม โดยเฉพาะจีน
อย่างไรก็ตาม หาก USTR ประกาศใช้มาตรการ 301 ตามอัตราที่เสนอ เมื่อคำนวณรวมกับภาษีตามมาตรา 232 และรายการสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี อัตราภาษีเฉลี่ยแท้จริงที่ผู้ส่งออกไทยต้องเผชิญจะอยู่ที่ราว 12% แทบไม่แตกต่างจากปัจจุบัน เช่นเดียวกับเวียดนามที่จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ขณะที่มาเลเซียและอินโดนีเซียลดลงเล็กน้อย