Nvidia · The Standard
มหิดลวิจัยปลูกถ่ายอวัยวะจากหมูสู่คน หวังช่วยผู้ป่วยฟอกไตกว่า 1 แสนคน ดันยุทธศาสตร์ Holistic Wellbeing
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
มหาวิทยาลัยมหิดลเดินหน้างานวิจัยทางการแพทย์หลายโครงการที่ตั้งเป้าแก้ปัญหาสุขภาพของคนไทยโดยตรง หนึ่งในโครงการที่น่าจับตาคือการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) ที่ใช้เทคโนโลยีตัดต่อยีน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนอวัยวะบริจาคที่เป็นอุปสรรคใหญ่ของผู้ป่วยไทยมานาน
Key facts
- หากสำเร็จ โครงการนี้จะช่วยผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตในไทยที่มีจำนวนล่าสุดกว่า 100,800 คน ซึ่งปัจจุบันต้องเสียเวลาฟอกไตสัปดาห์ละ 3 วัน หรือล้างไตทางหน้าท้องทุกคืน ขณะเดียวกันก็ช่วยลดงบประมาณของรัฐที่ใช้ดูแลผู้ป่วยโรคไตปีละกว่า 20,000 ล้านบาท”
- ในภาพใหญ่ มหิดลมองว่าเศรษฐกิจสุขภาพเป็นภาคที่เติบโตเร็ว โดยอ้างข้อมูลจาก Global Wellness Institute ที่ระบุว่า ปี 2567 เศรษฐกิจสุขภาวะโลกมีมูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2572
- อีกตัวอย่างของการรักษาโรคซับซ้อนคือการรักษาโรคธาลัสซีเมียด้วยการตัดต่อยีน ที่มหิดลระบุว่า หากรักษาในสหรัฐอเมริกามีค่าใช้จ่ายสูงถึง 23 ล้านบาท แต่หากทำได้ในไทย ต้นทุนอาจลดลงเหลือไม่ถึง 5 ล้านบาท
- ตัวอย่างเช่น งานวิจัยการใช้เซลล์บำบัด (CAR T-cell) รักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว ที่ช่วงทดลองในห้องปฏิบัติการกับผู้ป่วย 5-10 คน อาจใช้งบราว 100 ล้านบาท แต่หากผลักดันสู่การขึ้นทะเบียนที่ต้องทดสอบในผู้ป่วยหลักร้อยคน ต้องใช้เงินเพิ่มอีก 300-400
- อันดับ 1 โลก SDG 3 หนุนเป้าเศรษฐกิจสุขภาพ
- มหิดลขยับจากอันดับ 77 ของโลกในปี 2563 มาสู่อันดับ 16, 7, 3 และขึ้นอันดับ 1 ในปีนี้ โดยปัจจัยหลักมาจากด้านความร่วมมือและบริการสุขภาพที่มีสัดส่วนคะแนน 38.40% และการผลิตบุคลากรด้านสุขภาพ 34.60%
Summary
ความท้าทายสำคัญของระบบวิจัยไทยไม่ได้อยู่ที่การขาดงานวิจัย แต่อยู่ที่การนำงานวิจัยไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เพราะงานวิจัยทางการแพทย์จำนวนมากติดอยู่ที่ขั้นตอนการทดลองในมนุษย์ (Clinical Trials) ที่ต้องใช้ทั้งเวลาและงบประมาณสูง
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า การวิจัยดังกล่าวจะเป็นการ นำเซลล์ต้นกำเนิดที่ผ่านการตัดต่อยีนจากนิวซีแลนด์เข้ามาเพาะเลี้ยงในหมูที่ไทย เนื่องจากสภาพภูมิอากาศเหมาะสมกว่า
เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนเบื้องต้นกว่า 1,000 ล้านบาท ในระยะราว 10 ปี โดยคาดหวังว่าจะเริ่มเห็นผลสัมฤทธิ์ภายใน 5-10 ปี ขณะเดียวกันงานวิจัยนี้ยังเป็นการเพิ่มแหล่งอวัยวะปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยไทยที่รอรับบริจาค และในระยะต่อไป ภาคเอกชนที่มีความพร้อมยังรองรับผู้ป่วยต่างชาติที่ต้องการเปลี่ยนไตได้ด้วย