BBC Thai
เหตุใดตอนนี้ทางการเวียดนาม จึงเดินหน้าปราบตลาดสินค้าแบรนด์เนมปลอม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อต้นปีนี้ ตำรวจเวียดนามบุกตรวจค้นโกดัง 2 แห่งที่ดูภายนอกไม่มีอะไรโดดเด่นในเขตรอบนอกของนครโฮจิมินห์ และพบรองเท้าแตะมากกว่า 23,000 คู่ที่ติดโลโก้ของไนกี (Nike) อาดิดาส (Adidas) คร็อกส์ (Crocs) และกุชชี (Gucci) แต่ตราสินค้าเหล่านั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับโกดังดังกล่าว เพราะรองเท้าแตะทั้งหมดเป็นของปลอม
Key facts
- การบุกตรวจค้นซึ่งนำไปสู่การยึดสินค้ามูลค่า 2 พันล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 2.43 ล้านบาท) เป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามอุตสาหกรรมตลาดมืดที่ดำเนินกิจการอย่างโจ่งแจ้งมานานหลายทศวรรษ
- เมื่อต้นปีนี้ ตำรวจเวียดนามบุกตรวจค้นโกดัง 2 แห่งที่ดูภายนอกไม่มีอะไรโดดเด่นในเขตรอบนอกของนครโฮจิมินห์ และพบรองเท้าแตะมากกว่า 23,000 คู่ที่ติดโลโก้ของไนกี (Nike) อาดิดาส (Adidas) คร็อกส์ (Crocs) และกุชชี (Gucci)
- ผู้บริโภคอย่างเขาคือส่วนสำคัญของตลาดในเวียดนาม ซึ่งประชากรราว 60% อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท และมีรายได้เฉลี่ยเพียง 225 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 7,200 บาท) ด้วยเหตุนี้
- เมื่อเผชิญกับความเสี่ยงจากมาตรการภาษีรอบใหม่ ทางการเวียดนามจึงให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างน้อย 20% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- หลังการตรวจค้นแบบไม่แจ้งล่วงหน้าหลายครั้งในช่วงกลางเดือน พ.ค. ทางการได้ยึดสินค้าปลอมจากตลาดเหล่านี้ และสั่งปรับเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 19,000 ดอลลาร์สหรัฐ (608,000 บาท)
- เธอบอกว่าลูกค้ายินดีจ่าย 75 ดอลลาร์สหรัฐ (2,400 บาท) เพื่อซื้อชุดแบรนด์เนมที่ดูเหมือนของแท้ แต่กลับบ่นเมื่อถูกคิดราคาเพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนดังกล่าวสำหรับเสื้อผ้าที่ตัดเย็บตามสั่ง "ทั้งที่ใช้ผ้าคุณภาพดีและตัดเย็บอย่างประณีต"
Summary
ไขข้อสงสัย คนแบบไหนที่ยุงชอบกัดเป็นพิเศษ ปัจจัยอะไรที่ทำให้บางคนถึงดึงดูดยุงมากัดมากกว่า ?
การบุกตรวจค้นซึ่งนำไปสู่การยึดสินค้ามูลค่า 2 พันล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 2.43 ล้านบาท) เป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามอุตสาหกรรมตลาดมืดที่ดำเนินกิจการอย่างโจ่งแจ้งมานานหลายทศวรรษ
เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา รายงานของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุให้เวียดนามเป็น "ประเทศต่างชาติที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ" เนื่องจาก "ล้มเหลวอย่างต่อเนื่องในการแก้ไขข้อกังวลที่มีมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับการคุ้มครองและการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา" ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปีที่มีประเทศหนึ่ง ๆ ได้รับการจัดอยู่ในสถานะดังกล่าว