iLaw
จับตา สว. โหวตร่างกฎหมายอากาศสะอาดวาระ 2-3 สว. 7-8 กรกฎาคม 2569
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
7-8 กรกฎาคม 2569 วุฒิสภามีวาระพิจารณาร่างกฎหมายหลายฉบับ หนึ่งในนั้น คือ ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. (ร่างกฎหมายอากาศสะอาด) ซึ่งเป็นการพิจารณาในวาระสอง พิจารณารายมาตรา และวาระสาม พิจารณาเห็นชอบทั้งฉบับ
Key facts
- 7-8 กรกฎาคม 2569 วุฒิสภามีวาระพิจารณาร่างกฎหมายหลายฉบับ หนึ่งในนั้น คือ ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …
- ในชั้นการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร มีข้อเสนอจากทั้งคณะรัฐมนตรียุคเศรษฐา ทวีสิน ข้อเสนอพรรคการเมืองต่างๆ และภาคประชาชน ที่สุดแล้วร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการพิจารณาทั้งสามวาระเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568
- ต่อมาในชั้นวุฒิสภาได้ลงมติรับหลักการร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 และตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างกฎหมายอากาศสะอาด ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนและกรอบเวลาที่รวบรัดไปสู่การยุบสภา ก็ปรากฏว่า มีความพยายาม “เตะถ่วง”
- ที่สุดแล้ว เมื่อรัฐบาลที่นำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 การพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ก็ เป็นอันสะดุดลง โดยมีข้อกังวลว่า หากคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ไม่ยืนยันร่างกฎหมายดังกล่าว
- ก็จะเป็นอันตกไป ภายหลังการเลือกตั้งปรากฏว่า คณะรัฐมนตรีมี มติยืนยัน ร่างกฎหมายอากาศสะอาดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้เห็นชอบมติดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569
- ก็จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่างสองสภาเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้อีกครั้ง เมื่อได้มติจากกรรมาธิการดังกล่าวแล้วก็จะต้องส่งกลับไปให้แต่ละสภาพิจารณาต่อไป โดยภายใต้วุฒิสภาชุดปี 2567 เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้แล้วในการพิจารณาร่างแก้ไข
Summary
ที่สุดแล้ว เมื่อรัฐบาลที่นำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 การพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ก็ เป็นอันสะดุดลง โดยมีข้อกังวลว่า หากคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ไม่ยืนยันร่างกฎหมายดังกล่าว ก็จะเป็นอันตกไป ภายหลังการเลือกตั้งปรากฏว่า คณะรัฐมนตรีมี มติยืนยัน ร่างกฎหมายอากาศสะอาดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้เห็นชอบมติดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ทำให้กระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้เดินหน้าต่อไปภายในกรอบเวลา 30 วันเช่นเดิม ทั้งนี้
ในชั้นการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร มีข้อเสนอจากทั้งคณะรัฐมนตรียุคเศรษฐา ทวีสิน ข้อเสนอพรรคการเมืองต่างๆ และภาคประชาชน ที่สุดแล้วร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการพิจารณาทั้งสามวาระเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568 เนื่องจากเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน วุฒิสภาจึงต้องพิจารณาภายในกรอบเวลา 30 วัน และสามารถขยายเวลาเพิ่มเติมได้อีกไม่เกิน 30 วัน ตามมาตรา 136 ของรัฐธรรมนูญ 2560
ต่อมาในชั้นวุฒิสภาได้ลงมติรับหลักการร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 และตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างกฎหมายอากาศสะอาด ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนและกรอบเวลาที่รวบรัดไปสู่การยุบสภา ก็ปรากฏว่า มีความพยายาม “เตะถ่วง” ร่างกฎหมายดังกล่าวโดยกรรมาธิการสัดส่วนสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตั้งแต่การขยายเวลาพิจารณาออกไปจนเลยกรอบเวลายุบสภา ตลอดจนการนัดประชุมครั้งต่อไปที่ทิ้งระยะเวลานานเกือบ 2 สัปดาห์