Kaohoon
KSS ชี้ “หุ้นแบงก์” หวนนำตลาด ชู KBANK-KTB เด่น ลุ้นกำไร Q2 โตแกร่ง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยว่า หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ได้กลับมาเป็นผู้นำตลาดหลังอีกครั้ง หลังจากเผชิญการพักฐานติดต่อกัน 2 วันทำการ โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการสลับเม็ดเงินลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งอยู่ระหว่างการรอประเมินแนวโน้มการเติบโตและความคุ้มค่าของการลงทุน ทั้งนี้ กลุ่มธนาคารซึ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูง
Key facts
- นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยว่า หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ได้กลับมาเป็นผู้นำตลาดหลังอีกครั้ง หลังจากเผชิญการพักฐานติดต่อกัน 2 วันทำการ
- ขณะเดียวกัน ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์ว่าผลประกอบการของหุ้นกลุ่มธนาคารในไตรมาส 2 ปี 2569 จะยังคงมีโครงสร้างที่แข็งแกร่ง โดยรายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งจะเข้ามาช่วยชดเชยรายได้จากค่าธรรมเนียมที่หายไปในอดีตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Summary
ทั้งนี้ นักลงทุนยังมีความเชื่อมั่นต่อวัฏจักรการลงทุนที่ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง หลังจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ระดับ 2.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 2.79% และถือว่าต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ปัจจัยนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สามารถพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำที่ 1.0% ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม กลุ่มธนาคารยังมีปัจจัยบวกสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่กลุ่ม โอกาสในการปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐาน (Re-rating) จากแรงขับเคลื่อนของวัฏจักรการลงทุน รวมถึงการฟื้นตัวของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย
สำหรับหุ้นเด่นเชิงพื้นฐาน แนะนำ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569 ไว้ที่ 260 บาท ให้กรอบการลงทุนระยะสั้นมีแนวรับที่ระดับ 228 และ 223 บาท แนวต้านที่ระดับ 234 และ 240 บาท พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุนที่ระดับ 218.50 บาท พร้อมกันนี้ ยังแนะนำ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 45 บาท ประเมินกรอบการลงทุนระยะสั้นมีแนวรับที่ระดับ 39.25 และ 38 บาท แนวต้านที่ระดับ 40 และ 42 บาท และกำหนดจุดตัดขาดทุนที่ 37 บาท