Post Today
เมื่อสหรัฐฯอาจสูญเสียตำแหน่งเบอร์หนึ่งทางอวกาศแก่จีนในไม่ช้า
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รายงาน ITIF ชี้อุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ของจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนอาจแซงสหรัฐฯ ขึ้นเป็นผู้นำอวกาศโลก พร้อมเปลี่ยนสมดุลอำนาจในอนาคต
Key facts
- ข้อมูลนี้มาจากรายงานของ Information Technology and Innovation Foundation (ITIF) สถาบันวิจัยนโยบายสาธารณะของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าอุจสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ของจีนกำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และอาจขึ้นแซงหน้าสหรัฐฯเป็นผู้นำทางอวกาศโลกในไม่กี่ปี
- อันที่จริงจีนก้าวขึ้นมาเป็นอันดับสองด้านเทคโนโลยีอวกาศโลกแซงหน้ารัสเซียมาพักใหญ่ ล่าสุดยังมีกาขยายอุตสาหกรรมอวกาศอย่างก้าวกระโดด ผลจากการสนับสนุนที่เข้มแข็งของรัฐบาลจีน ทั้งในด้านเงินทุน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง
- สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอวกาศของจีน จากเดิมที่เป็นรัฐวิสาหกิจให้กลายเป็นเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ จนผลักดันให้เกิดการแข่งขันในระดับสูง ส่งผลต่อความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของนวัตกรรม
- นั่นทำให้เทคโนโลยีอวกาศไม่ได้ทำหน้าที่เพียงอวดแสงยานุภาพของมหาอำนาจ แต่เป็นความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์สำคัญ ที่จะเสริมความแข็งแกร่งทั้งในด้านพลเรือนและทหาร นั่นทำให้การที่สหรัฐฯถูกไล่ตามจนอาจเสียความได้เปรียบนี้
Summary
อันที่จริงจีนก้าวขึ้นมาเป็นอันดับสองด้านเทคโนโลยีอวกาศโลกแซงหน้ารัสเซียมาพักใหญ่ ล่าสุดยังมีกาขยายอุตสาหกรรมอวกาศอย่างก้าวกระโดด ผลจากการสนับสนุนที่เข้มแข็งของรัฐบาลจีน ทั้งในด้านเงินทุน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง จนอาจทำให้มูลค่าเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในทศวรรษหน้า
ปัจจุบันเทคโนโลยีอวกาศของจีนมีตั้งแต่ระบบตรวจจับและภาพถ่ายทางอากาศ ระบบนำทางด้วยดาวเทียม เทคโนโลนยีสกัดกั้นดาวเทียม ซึ่งจีนแซงหน้าไปแล้ว ส่วนสถานีอวกาศยังคงสูสีกัน จะมีก็เพียงระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม และเทคโนโลยีทางด้านจรวดที่จีนยังด้อยกว่าอยู่บ้าง
ในอนาคตสงครามและความได้เปรียบเหล่านี้อาจนำไปสู่สงครามอวกาศให้เกิดขึ้นจริงก็เป็นได้