Nation TV
ป.ป.ส. ยัน แอร์มีนา แค่ผู้ต้องกัก คาดยามาจากสามเหลี่ยมทองคำ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รองเลขาฯ ป.ป.ส. แจงความคืบหน้าคดีแอร์มีนาขนเฮโรอีน ชี้สถานะยังเป็นผู้ต้องกัก รอพิสูจน์รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เร่งส่งข้อมูลช่วยสู้คดีที่ออสเตรเลีย
Key facts
- 6 กรกฎาคม 2569 ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เร่งขยายผลคดี แอร์มีนา แอร์โฮสเตส ถูกจับกุมพร้อมเฮโรอีน 900 กรัม ที่สนามบินเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ล่าสุดรองเลขาธิการ ป.ป.ส. เผยสถานะปัจจุบันยังเป็นเพียง ผู้ต้องกัก ไม่ใช่ ผู้ต้องหา
- ก็ผ่านเครื่องเอกซเรย์จากฝั่งไทยไป ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ ส่วนประเด็นเรื่องค่าจ้างที่คำให้การยังไม่เชื่อมโยงกันนั้น รองเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า สำหรับจำนวนเงิน 8,800 บาท ข้อมูลนี้มาจากฝั่งการสืบสวนของตำรวจออสเตรเลีย ที่ค้นเจอในโทรศัพท์มือถือ
Summary
ขณะที่ทางด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ออกมาเปิดเผยแล้วว่า เครือข่ายดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ โดยมีพฤติการณ์ตั้งเพจอวตาร เพื่อทำการทักแชทข้อความแบบหว่านแหไปหาแอร์โฮสเตส หรือคนที่เดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ เพื่อติดต่อรับจ้างขนสินค้าข้ามประเทศ องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้มองในภาพกว้างได้ว่า องค์กรนี้เป็นองค์กรขนาดใหญ่ระดับชาติ และได้มีคำสั่งมอบหมายให้ DSI เข้ามารับผิดชอบคดีนี้ ส่วนคดีที่มีการจับกุมในพื้นที่กรุงเทพฯ
6 กรกฎาคม 2569 ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เร่งขยายผลคดี แอร์มีนา แอร์โฮสเตส ถูกจับกุมพร้อมเฮโรอีน 900 กรัม ที่สนามบินเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ล่าสุดรองเลขาธิการ ป.ป.ส. เผยสถานะปัจจุบันยังเป็นเพียง ผู้ต้องกัก ไม่ใช่ ผู้ต้องหา พร้อมส่งหลักฐานประสานตำรวจออสเตรเลียและกงสุล เพื่อช่วยสู้คดี เผยพฤติการณ์อาจตกเป็นเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ ที่ลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่ มาจากกลุ่มทุนสามเหลี่ยมทองคำ ป.ป.ส.นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า
ส่วนคดีความฝั่งออสเตรเลีย เราได้มีการหารือกับสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย หรือ AFP จนทราบว่า ผู้ที่จะมารอรับเฮโรอีนชื่อ เดียร์ เป็นชาวไทยที่มีตัวตนจริง รู้ชื่อและนามสกุลจริงแล้ว ซึ่งเดียร์เข้าไปพำนักอยู่ในออสเตรเลียได้ประมาณ 10 ปี ยังไม่แน่ใจว่า พำนักอยู่ในฐานะอะไร หรือได้เป็นพลเมืองแล้วหรือไม่ ทั้งนี้เชื่อว่าเครือข่ายที่ออสเตรเลีย ก็น่าจะเป็นเครือข่ายใหญ่ ไม่ได้มีแค่คนไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง รวมไปถึงปลายทางในการส่งของจะไปถึงมือใครบ้างนั้น ทาง AFP จะต้องเป็นผู้ขยายผล