← Back to KHAO

จาก “โลกร้อน” สู่ “โลกเดือด”: วิกฤติที่ไม่รอใครอีกต่อไป | World Wide View

4 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

จาก “โลกร้อน” สู่ “โลกเดือด”: วิกฤติที่ไม่รอใครอีกต่อไป | World Wide View

ณัฐสุดา เมตตาประเสริฐ นักการทูตชำนาญการ (ที่ปรึกษา) กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ, ภูนิตยา ภูนิตยกุล นักศึกษาฝึกงาน กระทรวงการต่างประเทศ

Key facts

Summary

“ยุคของโลกร้อนสิ้นสุดลงแล้ว และยุคของโลกเดือดได้มาถึง” ถ้อยแถลงของนาย อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 ยังคงก้องอยู่ในความทรงจำของผู้คนทั่วโลก หลังนักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าเดือนกรกฎาคมของปีนั้นเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูล คำว่า " โลกเดือด " (Global Boiling) ที่กูเตอร์เรสใช้ ไม่ใช่ศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ หากแต่เป็นคำเตือนเชิงสัญลักษณ์ที่สะท้อนว่า วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ก้าวเข้าสู่ระดับที่ไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป

สามปีผ่านไป สถานการณ์กลับไม่ได้ดีขึ้น องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ยืนยันเมื่อต้นปี 2569 ว่า ปี 2568 เป็นหนึ่งในสามปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกอุณหภูมิโลกเมื่อ 176 ปีก่อน โดยอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมถึง 1.48 องศาเซลเซียส ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ ช่วง 11 ปีล่าสุด (2558–2568) ล้วนเป็น 11 ปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา และช่วงปี 2566–2568 ยังเป็นช่วงเวลา 3 ปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์การวัดอุณหภูมิโลก

ประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตินี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คนไทยต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนจัดยาวนานขึ้น ฝนตกหนักผิดฤดูกาล น้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ และภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและการบริหารจัดการน้ำ ขณะเดียวกัน เมืองใหญ่ยังต้องรับมือกับภัยความร้อนในเขตเมืองและความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ปรากฏการณ์เหล่านี้สะท้อนว่า ก ารเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กำลังส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ

Read full article at Krungthep Turakij →