Krungthep Turakij
น่าทึ่ง ‘เศรษฐกิจสีน้ำเงิน’
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อเห็นชื่อเรื่องของข้อเขียนแล้วอย่านึกว่าจะเขียนเรื่องการเมืองนะครับ คอลัมน์นี้ชื่อ “อาหารสมอง” ซึ่งเป็นเรื่องความรู้ที่ไม่ค่อยมีคนเขียนถึง ไม่ใช่คอลัมน์ “ยาพิษ” ครับ ลองดูกันว่า “เศรษฐกิจสีน้ำเงิน” คืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร
Key facts
- ผู้คนมากกว่า 3,000 ล้านคน อาศัยทรัพยากรทะเลและชายฝั่งในการดำรงชีวิต อาหารทะเลมีส่วนร่วมประมาณ 15% ของโปรตีนจากสัตว์และในหลายประเทศกำลังพัฒนาเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญยิ่ง
- มหาสมุทรรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ปัจจุบันมีประมาณหนึ่งล้านสปีชีส์ในทะเลที่เป็นที่รู้จักและยังมีอีกมากมายที่ยังไม่มีการค้นพบ นอกจากนี้มหาสมุทรยังดูดซับประมาณ 30% ของคาร์บอนไดออกไซด์ที่ผลิตโดยมนุษย์
- การค้าโลกพึ่งพามหาสมุทรโดย 80-90% ของปริมาณสินค้าที่ค้าขายกันในโลกใช้การขนส่งทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันและก๊าซ อาหาร รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า วัตถุดิบ สินค้าอุตสาหกรรม ฯลฯ หากไม่มีการขนส่งทางทะเลแล้ว เศรษฐกิจโลกจะไม่สามารถอยู่ในสถานะดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
- พลังจากมหาสมุทรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก หรือพูดอีกอย่างว่า BE คือเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญเพราะสร้างงานเต็มเวลาให้ 100-150 ล้านคน ถ้าหากมหาสมุทรเป็นประเทศหนึ่งก็จะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
- พลังงานมหาสมุทรที่ทดแทนได้ พลังงานชายฝั่ง พลังงานน้ำและคลื่น พลังงานจากการเปลี่ยนความร้อนจากมหาสมุทร (5) เทคโนชีวภาพทางทะเล ใช้สิ่งมีชีวิตผลิตยา วิตามิน เครื่องสำอาง อาหารเสริม เอนไซม์อุตสาหกรรม (6) น้ำมันก๊าดและแร่จากใต้ทะเล การขุดแร่ธาตุหายาก น้ำมันและก๊าซ แร่ธาตุมูลค่าสูง ฯลฯ
- แนวคิด BE มีความสำคัญมากขึ้นเป็นลำดับในระดับโลก เมื่อ เป็นส่วนหนึ่งของกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืน หลังจากที่เกิด 17 เป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ของ UN ในปี 2558 และมีเป้าหมายที่ 14 คือ “ชีวิตภายใต้น้ำ”
- BE มีความสำคัญอย่างไม่น้อยไปกว่า GE หรืออาจมากกว่าด้วยซ้ำ ลองดูสถิติเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ (1) มหาสมุทรครอบคลุม 71% ของพื้นที่ผิวโลกทั้งหมด และปริมาณน้ำเป็น 97% ของน้ำทั้งหมดบนโลก (2) ผู้เป็นเจ้าของ 99% ของพื้นที่อยู่อาศัยบนโลก
- อย่าลืมว่ามหาสมุทรมีความลึกเฉลี่ย 3.7 ก.ม. จุดที่ลึกที่สุดคือ 11 ก.ม. (ยอดเขาเอเวอเรสต์ ที่สูงสุดในโลกยังสูงแค่ 8.8 ก.ม.) ดังนั้น จึงมีพื้นที่เชิงปริมาตรให้อยู่อาศัยอย่างมหาศาล (3) มหาสมุทรผลิตออกซิเจนไม่ต่ำกว่า 50%
Summary
แนวคิด BE มีความสำคัญมากขึ้นเป็นลำดับในระดับโลก เมื่อ เป็นส่วนหนึ่งของกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืน หลังจากที่เกิด 17 เป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ของ UN ในปี 2558 และมีเป้าหมายที่ 14 คือ “ชีวิตภายใต้น้ำ” (Life Below Water) รวมอยู่ด้วย
BE มีความสำคัญอย่างไม่น้อยไปกว่า GE หรืออาจมากกว่าด้วยซ้ำ ลองดูสถิติเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ (1) มหาสมุทรครอบคลุม 71% ของพื้นที่ผิวโลกทั้งหมด และปริมาณน้ำเป็น 97% ของน้ำทั้งหมดบนโลก (2) ผู้เป็นเจ้าของ 99% ของพื้นที่อยู่อาศัยบนโลก หากนับเป็นปริมาตรคือมหาสมุทร กล่าวคือหากคิดในเชิงปริมาตรไม่ใช่เพียงผิวโลกหากลึกลงไปในดินทั้งหมดด้วย
(6) พลังจากมหาสมุทรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก หรือพูดอีกอย่างว่า BE คือเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญเพราะสร้างงานเต็มเวลาให้ 100-150 ล้านคน ถ้าหากมหาสมุทรเป็นประเทศหนึ่งก็จะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก