← Back to KHAO

แจ้งความ 6 ครั้งแต่ไร้ผล เหยื่อเล่าทั้งน้ำตา จี้ ‘นิกร’ แก้ พ.ร.บ.อุดช่องโหว่กฎหมายความรุนแรงในครอบครัว

4 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เครือข่ายต่อต้านความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศประเทศไทย กว่า 30 คน เข้าพบ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ….

Key facts

Summary

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เครือข่ายต่อต้านความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศประเทศไทย กว่า 30 คน เข้าพบ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ….

ด้าน คุณยุ้ย (นามสมมติ) สมาชิกเครือข่ายต่อต้านความรุนแรงฯ ซึ่งมีประสบการณ์การใช้กฎหมายความรุนแรงในครอบครัวโดยตรง กล่าวว่า ในอดีตตนเป็นผู้ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เคยพยายามขอความช่วยเหลือจากกลไกของรัฐ แต่ก็พบปัญหาอุปสรรคหลายอย่าง ทำให้เข้าไม่ถึงความคุ้มครองตามกฎหมาย โดยช่วงเกิดความรุนแรงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจถึง 6 ครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับแค่ตักเตือนสามี ไกล่เกลี่ย และให้ทำข้อตกลงว่าจะไม่ทำร้ายตนอีก แต่พอสามีเมากลับมาก็ทำร้ายตนเหมือนเดิม

ดร.วราภรณ์ กล่าวต่อว่า เรายังมีความกังวลมากที่ร่างของรัฐบาลตัดคำว่า “คู่รัก” ออกจากนิยาม “บุคคลในครอบครัว” ที่พึงได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายฉบับนี้ โดยอ้างเหตุความยากในการตีความสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย เพราะปัจจุบันปัญหาความรุนแรงในคู่รักหรือแฟนนับวันยิ่งมากขึ้น และมีความรุนแรงไม่ต่างจากความรุนแรงในคู่ที่แต่งงานกัน หรือคู่ที่อยู่กินร่วมครัวเรือนเดียวกัน และมีผลกระทบร้ายแรงต่อผู้ที่ถูกทำร้ายไม่แตกต่างกัน การตัดคำว่า “คู่รัก”

ดร.วราภรณ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ร่างของรัฐบาลยังมีช่องว่างอื่น ๆ เช่น ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐลงความเห็นว่าผู้ถูกกระทำ “มีส่วนก่อให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว” และมีอำนาจออกคำสั่งจำกัดเสรีภาพของผู้ถูกกระทำได้ เป็นการตอกย้ำอคติในสังคมที่มองว่าความรุนแรงในครอบครัวเกิดเพราะผู้ถูกกระทำไป “ยั่วยุ”

Read full article at Matichon →