Matichon
นายกฯ ไม่เปิด 5 ขรก.สถ. คือใคร ชี้ลับมาก ท่องคาถาจัดการเด็ดขาด ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 6 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสอบทุจริตสอบท้องถิ่นปี 68 ว่า มีการตั้งคณะกรรมการในแต่ละระดับชั้น ซึ่งในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีก็มีการแต่งตั้ง นายปกรณ์ นิลประพันธ์รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งในส่วนของกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวง ได้มารายงานว่ามีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง
Key facts
- เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 6 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสอบทุจริตสอบท้องถิ่นปี 68 ว่า มีการตั้งคณะกรรมการในแต่ละระดับชั้น
- มันตลกดีนะ ความผิดยังต้องแยกย่อย เพราะแต่ละความผิดก็จะมีแต่ละหน่วยงาน ของราชการที่จะไปดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินคดีต่อไป ก็ดีเหมือนกัน อย่างที่ตนเคยบอก ทุกหน่วยงาน ทำตามขอบเขตอำนาจ และหน้าที่ของเขา คู่ขนานกันไป
- นายกรัฐมนตรี ยังระบุอีกว่า เรื่องกรอบเวลาเร่งอยู่แล้ว ในเบื้องต้น คณะกรรมการชุดใหญ่จะมีการสอบสวนใน 30 วัน ส่วนชุดเล็กก็ตามเนื้อหา ไม่นาน เพราะเป็นที่สนใจและต้องตอบสังคมให้ได้ ฉะนั้นก็คงไม่มีอะไรที่ต้องกังวล ก็ทำเต็มที่
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้าราชการทั้ง 5 คนจะต้องถูกให้ขาดออกจากตำแหน่งเดิม โดยให้สังกัดยังกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น โดยทั้ง 5 รายชื่อประกอบไปด้วย อดีตอธิบดีสถ.รองอธิบดี นายพ. อดีตผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ
Summary
เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 6 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสอบทุจริตสอบท้องถิ่นปี 68 ว่า มีการตั้งคณะกรรมการในแต่ละระดับชั้น ซึ่งในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีก็มีการแต่งตั้ง นายปกรณ์ นิลประพันธ์รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งในส่วนของกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวง ได้มารายงานว่ามีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง
“มันตลกดีนะ ความผิดยังต้องแยกย่อย เพราะแต่ละความผิดก็จะมีแต่ละหน่วยงาน ของราชการที่จะไปดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินคดีต่อไป ก็ดีเหมือนกัน อย่างที่ตนเคยบอก ทุกหน่วยงาน ทำตามขอบเขตอำนาจ และหน้าที่ของเขา คู่ขนานกันไป สุดท้ายอย่างไรก็ตามข้อมูลทั้งหลายก็ต้องมาบรรจบ ที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งจะทำให้มีข้อมูลที่แน่นขึ้นและ ทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่าไม่มีการวิ่งเต้นหรือช่วยเหลือ ซูเอี๋ยกันอย่างแน่นอนเพราะเราใช้แต่ละหน่วยงาน ที่เป็นหน่วยงานปราบปราม ในการดำเนินคดี”
เมื่อถามว่า แต่ละหน่วยงานที่มีการรายงานมาพบผู้กระทำความผิดมีรายชื่อซ้ำกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ตีตราลับมาก ดังนั้น ตนก็ต้องรักษาความลับ เพียงแต่บอกได้ว่าตั้งคณะกรรมการ ตามลำดับชั้น ให้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด และรวดเร็ว และต้องมีความโปร่งใส
เมื่อถามถึงจะต้องให้ผู้ที่ถูกสอบวินัยร้ายแรงออกจากราชการไว้ก่อนเหมือนกรณีอื่น ๆ ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มันต้องมีขั้นตอนซึ่งขณะนี้เราเริ่มแล้ว บางคนก็มีการเรียกมา ให้มาช่วยราชการเพื่อขาดจากตำแหน่งเดิม ซึ่งต้องยึดตามหลักกฎหมาย ด้วยหลักฐานที่มีอยู่ ตรงไหนที่มีความชัดเจนก็ดำเนินการ อย่างเด็ดขาดได้ ตรงไหนที่จะต้องใช้การสืบสวนสอบ สอบพยานหรืออะไรก็แล้วแต่ก็จะมีแต่ละช่องแต่ละซอย ที่จะต้องไปดำเนินการ แต่ทุกอย่างกำลังดำเนินการคู่ขนานกันไป