Post Today
3 เหตุผลเคลียร์ชัด ทำไม "หุ้นการเงินรายย่อย" กลับมาน่าสะสม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
หุ้นการเงินรายย่อยกลับมาอยู่ในเรดาร์นักลงทุนอีกครั้ง บล.บัวหลวง คงมุมมอง Overweight ชี้จังหวะนี้น่าสะสม 3 ปัจจัยหนุนสำคัญ มูลค่าหุ้นที่ยังไม่แพง - พื้นฐานธุรกิจที่แทบไม่สะเทือนจากสงครามตะวันออกกลาง บวกความเสี่ยงมหภาคเริ่มคลี่คลาย เปิดทางหุ้นกลุ่มนี้มีโอกาสฟื้นตัวและถูก re-rating ในระยะถัดไป
Key facts
- ราคาน้ำมันดิบดูไบ ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 67.37 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 35% จากระดับสูงสุดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม และสูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์เพียง 2%
- แม้หุ้นกลุ่มการเงินรายย่อยจะปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 18% ในช่วงวันที่ 5 มกราคม – 27 กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนเกิดความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย แต่หลังจากนั้นราคาปรับตัวลงเฉลี่ย 10% และให้ผลตอบแทนต่ำกว่า SET อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ SET
- ความเสี่ยงลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม
- ปัจจัยพื้นฐานแทบไม่เปลี่ยนจากช่วงก่อนเกิดสงคราม
- แม้นักวิเคราะห์จะปรับประมาณการ GDP ปี 2569 ลงเล็กน้อย จาก 1.8% เหลือ 1.7% แต่ยังไม่คาดว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจการเงินรายย่อย
- นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยจะทรงตัวที่ 1.0% ไปจนถึงสิ้นปี 2569 ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการในกลุ่มมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 2–4 ของปี
Summary
ชี้จังหวะนี้น่าสะสม 3 ปัจจัยหนุนสำคัญ มูลค่าหุ้นที่ยังไม่แพง - พื้นฐานธุรกิจที่แทบไม่สะเทือนจากสงครามตะวันออกกลาง
หลังจากเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ได้ปรับคำแนะนำจาก "Neutral" เป็น "Overweight" โดยนับตั้งแต่นั้น หุ้นในกลุ่มที่แนะนำให้ผลตอบแทน ดีกว่า SET ประมาณ 3%
บวกความเสี่ยงมหภาคเริ่มคลี่คลาย เปิดทางหุ้นกลุ่มนี้มีโอกาสฟื้นตัวและถูก re-rating ในระยะถัดไป