Komchadluek
พม.รุดเยี่ยม พระสงฆ์บาดเจ็บ จากเหตุเยาวชน 11 ปี ขับกระบะชน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
5 ก.ค. 2569 เมื่อเวลา 11.00 น. นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินทางไปยังโรงพยาบาลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเข้าเยี่ยมและติดตามอาการของพระภิกษุสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์กระบะพุ่งชนขณะปฏิบัติศาสนกิจ
Key facts
- นางสาวชนก เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ลงพื้นที่เพื่ออำนวยการช่วยเหลือร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) มุกดาหาร
- ทางกระทรวง พม. ได้ดำเนินการประสานงานส่งร่างกลับภูมิลำเนา ตลอดจนมอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวผู้สูญเสียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่ากระทรวง พม.
- ร่วมกับสหวิชาชีพ เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมและวางมาตรการป้องกันเชิงรุก ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีกในสังคมไทย
- นอกจากนี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง พม. ยังได้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากประชาชนในการงดเผยแพร่ข้อมูลหรือภาพถ่ายของเด็กผู้ก่อเหตุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิ์และมีความผิดตามกฎหมาย พร้อมชี้แจงว่ากระบวนการหลังจากนี้
Summary
ทั้งนี้ ในส่วนของพระภิกษุสงฆ์ที่มรณภาพจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางกระทรวง พม. ได้ดำเนินการประสานงานส่งร่างกลับภูมิลำเนา ตลอดจนมอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวผู้สูญเสียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่ากระทรวง พม. จะเข้ามาดูแลสิทธิประโยชน์และการฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในทุกมิติอย่างเต็มกำลัง
นางสาวชนก เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ลงพื้นที่เพื่ออำนวยการช่วยเหลือร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) มุกดาหาร โดยในเบื้องต้นมีพระภิกษุสงฆ์ได้รับบาดเจ็บและยังคงรับการรักษาตัวอยู่จำนวน 7 รูป แบ่งเป็นบำบัดรักษาในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) จำนวน 2 รูป และห้องพักฟื้นปกติจำนวน 5 รูป ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของคณะแพทย์อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง พม. ยังได้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากประชาชนในการงดเผยแพร่ข้อมูลหรือภาพถ่ายของเด็กผู้ก่อเหตุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิ์และมีความผิดตามกฎหมาย พร้อมชี้แจงว่ากระบวนการหลังจากนี้ จะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อกำหนดผู้รับผิดชอบทั้งในทางแพ่งและทางอาญาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป