Thairath
รู้ตัว “เดียร์” คนรอรับพัสดุ จากแอร์ “มีนา” แล้ว ลุ้นสั่งฟ้องหรือไม่ 14 ก.ย. นี้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
โฆษก ป.ป.ส. ระบุตำรวจออสเตรเลีย รู้ตัว “เดียร์” คนรอรับพัสดุจากแอร์ “มีนา” แล้ว อยู่เมืองนอกมากว่า 10 ปี เร่งสืบหาขบวนการ คาดมีต่างชาติร่วมด้วย ขณะที่แอร์สาวยังไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหา ลุ้นสั่งฟ้องหรือไม่ 14 ก.ย. นี้
Key facts
- เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 6 ก.ค. 69 น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะโฆษก ป.ป.ส. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีแอร์สาวชาวไทย ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมตัวหลังพบเฮโรอีนในกระเป๋า ว่า
- โฆษก ป.ป.ส. ระบุตำรวจออสเตรเลีย รู้ตัว “เดียร์”
- เบื้องต้นมีคำสั่งออกไปแล้วว่ามอบหมายให้ดีเอสไอเป็นผู้ดำเนินการสืบสวนปลายทางของเฮโรอีน และได้มีการประสานงานกับตำรวจออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม ทราบชื่อแล้วว่าปลายทางคนที่รับเป็นหญิงสาวชาวไทยชื่อ “เดียร์”
- เป็นหนึ่งในผู้ที่ติดต่อมารับกระเป๋า จากการสืบสวนยังพบว่าคนที่ชื่อ “เดียร์”
Summary
เบื้องต้นมีคำสั่งออกไปแล้วว่ามอบหมายให้ดีเอสไอเป็นผู้ดำเนินการสืบสวนปลายทางของเฮโรอีน และได้มีการประสานงานกับตำรวจออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม ทราบชื่อแล้วว่าปลายทางคนที่รับเป็นหญิงสาวชาวไทยชื่อ “เดียร์” เป็นหนึ่งในผู้ที่ติดต่อมารับกระเป๋า จากการสืบสวนยังพบว่าคนที่ชื่อ “เดียร์”
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 6 ก.ค. 69 น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะโฆษก ป.ป.ส. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีแอร์สาวชาวไทย ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมตัวหลังพบเฮโรอีนในกระเป๋า ว่า ในส่วนของสามีคนไทยและภรรยาชาวลาวที่ถูกจับกุมพบว่าทำหน้าที่รับยาเสพติดจากฝั่ง สปป.ลาว โดยมีการแพ็กสำเร็จรูปมาเรียบร้อย ก่อนจะนำมาส่ง ซึ่งลักษณะการส่งพบว่ามี 2 อย่าง คือส่งแบบไปรษณีย์และส่งแบบมือชนมือ ซึ่งส่งมา 2-3 รอบ พบว่าขบวนการนี้ที่ค่อนข้างใหญ่ รวมไปถึงที่ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง
ส่วนความเชื่อมโยงของคนรับพัสดุในกลุ่ม จ.เลย และกรุงเทพมหานคร ยังไม่ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับ น.ส.มีนา ทั้งหมดหรือไม่ เนื่องจากเป็นคดีของทางดีเอสไอแล้ว คงต้องรอนำข้อมูลจากหลายฝ่ายมาประกอบข้อมูลและดูความเชื่อมโยงอีกครั้ง ถึงขณะนี้ย้ำว่า “เดียร์” มีตัวตนจริงและกำลังดำเนินการสืบสวนหาต้นตอ เชื่อว่าเครือข่ายใหญ่ในออสเตรเลียคงไม่ได้มีแค่คนเดียวเท่านั้น และไม่ได้มีแค่คนไทยแต่น่าจะมีชาวต่างชาติร่วมด้วย ซึ่งตำรวจออสเตรเลียก็ต้องดำเนินการขยายผล เช่นเดียวกัน