Thairath
“เอกนิติ” เปิดเฟซบุ๊กทางการ สื่อสารนโยบายเศรษฐกิจตรงสู่ประชาชน ร่ายยาวการทำงานในรัฐบาลอนุทิน 2
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“เอกนิติ” เปิดเฟซบุ๊กทางการ โพสต์ร่ายยาวการทำงานในรัฐบาลอนุทิน 2 ลั่นตั้งใจสื่อสารนโยบายเศรษฐกิจตรงสู่ประชาชน เผยรัฐบาลเจอวิกฤตตะวันออกกลาง กระทบปากท้อง ทำการตัดสินใจเชิงนโยบายไม่เคยง่าย
Key facts
- วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้เปิดเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการชื่อ “ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ”
- เปิดเฟซบุ๊กทางการ โพสต์ร่ายยาวการทำงานในรัฐบาลอนุทิน 2 ลั่นตั้งใจสื่อสารนโยบายเศรษฐกิจตรงสู่ประชาชน เผยรัฐบาลเจอวิกฤตตะวันออกกลาง กระทบปากท้อง ทำการตัดสินใจเชิงนโยบายไม่เคยง่าย
- นายเอกนิติ ระบุว่า ผมเริ่มรับตำแหน่งในรัฐบาลอนุทิน 2 ช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 พร้อมกับวิกฤตราคาพลังงาน อันเกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบเป็นระลอก ตั้งแต่วิกฤตน้ำมันขาดและแพง วิกฤตต้นทุนส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้น
- Stabilizing Today: ประคับประคองเศรษฐกิจฝ่ามรสุมโลก
Summary
นายเอกนิติ ระบุว่า ผมเริ่มรับตำแหน่งในรัฐบาลอนุทิน 2 ช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 พร้อมกับวิกฤตราคาพลังงาน อันเกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบเป็นระลอก ตั้งแต่วิกฤตน้ำมันขาดและแพง วิกฤตต้นทุนส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้น จนกลายเป็นวิกฤตปากท้อง ซึ่งหากหยุดวิกฤตเหล่านี้ไม่ได้ จะนำมาซึ่งปัญหาวิกฤตซ้อนวิกฤต ความท้าทายนี้เกิดขึ้นบนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศที่มีปัญหาเรื้อรังมานาน ไม่ว่าจะเป็นการที่ประเทศโตต่ำกว่าศักยภาพ ความสามารถในการแข่งขันถดถอย
ด้วยงบประมาณประเทศที่มีอย่างจำกัด ผมในฐานะดูแลภาพรวมทั้งรายรับและรายจ่ายของประเทศและเห็นตัวเลขทั้งหมด ต้องคิดรอบด้านและระมัดระวังที่สุดเพื่อประคองสถานการณ์ในระยะสั้น ในขณะเดียวกันก็ต้องใช้โอกาสนี้เปลี่ยนผ่าน และสร้างรากฐานให้ประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่เติบโตแข็งแกร่งให้ได้ในอนาคต ภายใต้หลักการที่ผมเรียกว่า 5 T ประกอบด้วย Target, Transition, Transform, Transparency, Together เพื่อประคองเศรษฐกิจระยะสั้น (Stabilize Today) และสร้างการเปลี่ยนผ่านเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส (Transition Now)
นายเอกนิติ ระบุว่า อย่างที่ทุกท่านทราบกันดี ผมย้ำเสมอว่าการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดสำคัญมากในช่วงเวลาที่สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกมีความผันผวนสูง หลายท่านอาจจะมีแนวคิดว่าจำเป็นเร่งด่วนไหม ค่อยๆ ทำตามแผนงานที่วางไว้ได้ไหม งบประมาณก็มีจัดสรรตามหน่วยงานไว้แล้วในระยะยาว ทำไมต้องออกพ.ร.ก. เงินกู้ฯ ให้เป็นหนี้เพิ่มมาอีก ผมอยากใช้โอกาสนี้ ยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆ ในระยะสั้น หากเราไม่เร่งเปลี่ยนผ่านโดยเริ่มลงมือทำเลยเราอาจจะเจอวิกฤตซ้อนวิกฤตหนักขึ้น ดั่งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว คือ