Krungthep Turakij
FIBO มจธ.พัฒนา หุ่นยนต์เบิกทาง รับความเสี่ยงแทนเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้ชีวิตประจำวันอย่างปกติในเมืองและชุมชนที่ปลอดภัย ยังมีเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และประชาชนตามแนวชายแดนอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเสี่ยงจาก "ทุ่นระเบิด" และ "วัตถุระเบิดตกค้างจากความขัดแย้ง" ที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน
Key facts
- การพัฒนา Pathfinder UGV เริ่มต้นจากโจทย์ความต้องการของ ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ที่ต้องการเครื่องมือช่วยตรวจหาทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างที่ใช้งานได้จริงในภาคสนาม และ มีต้นทุนไม่เกิน 100,000 บาท
- ด้วยต้นทุนการผลิตเพียงประมาณ 100,000 บาทต่อเครื่อง เราสามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดการพึ่งพาระบบนำเข้าราคาหลักล้านบาทจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังใช้อุปกรณ์ที่หาได้ในประเทศ ทำให้สามารถซ่อมบำรุง ผลิตซ้ำ และต่อยอดได้อย่างรวดเร็ว
- เป็นความเสี่ยงที่มองไม่เห็น ทุกก้าวที่เดินเข้าไปในพื้นที่ต้องอาศัยความระมัดระวังสูงสุด เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียชีวิต อวัยวะ หรือทรัพย์สินของผู้ปฏิบัติงานและประชาชนผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่
- นักวิจัยและนักพัฒนา FIBO Technovation ได้แก่ นายบุญเลิศ มณีฉาย นายศุภกร ชั้นเจริญศรี นายอาทิตย์ จุลคณานุศาสตร์ นายธีรภัทร เขษมเวสารัชวุฒิ นายทศพร บุญแท้ และนายอิสรินทร์ เสาะสูงเนิน
Summary
หากเกิดความเสียหายก็สามารถซ่อมแซมหรือผลิตทดแทนได้รวดเร็ว เพราะใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่หาได้ในประเทศ ที่สำคัญคือหุ่นยนต์พังเราสร้างใหม่ได้ แต่ชีวิตของผู้ปฏิบัติงานไม่สามารถทดแทนได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ เราพัฒนาเทคโนโลยีนี้ขึ้นมาเพื่อให้หุ่นยนต์เป็นผู้รับความเสี่ยงแทนมนุษย์ในพื้นที่อันตราย”
“เป้าหมายของเราไม่ใช่การสร้างหุ่นยนต์ที่ซับซ้อนที่สุด แต่คือการสร้างเครื่องมือที่ช่วยลดความเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่ได้จริง เราออกแบบ Pathfinder UGV ภายใต้แนวคิดหุ่นยนต์พร้อมปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อันตรายด้วยต้นทุนที่เหมาะสม
เป้าหมายคือให้หุ่นยนต์เป็นด่านหน้าในการสำรวจพื้นที่อันตราย เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายศุภกร กล่าว