Krungthep Turakij
คมนาคม เสนอ คกก.กลั่นกรองขอใช้เงินกู้ 2.4 หมื่นล้านเปลี่ยนรถโดยสารเป็น EV
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นาย สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเสนอโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานจาก เชื้อเพลิงฟอสซิล สู่ พลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ วงเงิน 2.4 หมื่นล้าน จากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ฯ วงเงิน 4 แสนล้าน ว่า สัปดาห์หน้าจะมีการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในชั้นอนุกรรมการฯ อาทิ กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง และกรมศุลกากร
Key facts
- รมช.คมนาคม เปิดเผยอีกว่า นอกจากโครงการในข้างต้นที่จะของบจาก พ.ร.ก.เงินกู้ นั้น กระทรวงคมนาคม เตรียมมาตรการเพื่อช่วยเหลือค่าน้ำมัน สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะและรับจ้าง ( DLT พร้อมซัพพอร์ต ) วงเงินประมาณ 2-3 พันล้านบาท
- เมื่อถามว่า กังวลต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 9 ก.ค.นี้หรือไม่ รมช.คมนาคม เชื่อว่า คำวินิจฉัยศาลธรรมนูญ ต่อการใช้เงิน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ผลจะไม่ออกมาเป็นลบ เพราะรัฐบาลมั่นใจว่าโครงการดังกล่าวถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนตามสถานการณ์
- นายสิริพงศ์ ย้ำว่า โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานดังกล่าวของ กระทรวงคมนาคม มุ่งเน้นเพื่อกลุ่มรถสาธารณะ ไม่ใช่มุ่งเน้นกลุ่มผู้ประกอบการ เนื่องจากกระทรวงฯ ไม่ต้องการให้ผลกระทบราคาพลังงานน้ำมัน กระทบกับค่าครองชีพประชาชน
Summary
เมื่อถามว่า กังวลต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 9 ก.ค.นี้หรือไม่ รมช.คมนาคม เชื่อว่า คำวินิจฉัยศาลธรรมนูญ ต่อการใช้เงิน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ผลจะไม่ออกมาเป็นลบ เพราะรัฐบาลมั่นใจว่าโครงการดังกล่าวถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนตามสถานการณ์ เนื่องจากไม่รู้ว่าเหตุการณ์ในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อ สงบลงและกลับสู่สถานการณ์ปกติเมื่อไหร่ ฉะนั้นมาตรการดังกล่าวเป็นแผนที่เตรียมรับมือวิกฤตซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
เพื่อหารือรูปแบบกำหนดรายละเอียดจาก 7 กลุ่มเป้าหมาย ที่จะเข้าร่วม ประกอบด้วย รถแท็กซี่และรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชั่น, รถจักรยานยนต์รับจ้าง, รถสามล้อหรือรถตุ๊กตุ๊ก, รถโดยสารประจำทาง, รถโดยสารไม่ประจำทาง, รถรับจ้างรับส่งนักเรียน และรถบรรทุกสินค้า เป้าหมายทั้งสิ้น 80,000 คัน
จากนั้นจะนำเสนอแผนแก่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ที่มีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ภายในกลางเดือน ก.ค.นี้ ก่อนนำเสนอสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)