The Standard
รู้จัก SLAPP การฟ้องปิดปากที่เป็นต้นทุนแฝงทำลายความโปร่งใส ตัวการทำเศรษฐกิจไทยพัง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
แค่คุณกดแชร์โพสต์เตือนภัยเรื่องโรงงานปล่อยมลพิษแถวบ้าน วันดีคืนดีอาจมีหมายศาลเรียกค่าเสียหายร้อยล้านส่งตรงถึงหน้าประตู นี่คือปัญหาของ ‘SLAPP’ หรือการฟ้องปิดปากที่ผลการศึกษาจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติชี้ว่ากำลังระบาดในไทย โดยคดีกว่าร้อยละเจ็ดสิบแปดตกอยู่ที่ชาวบ้านตัวเล็ก ซึ่งปัญหานี้ส่งผลกระทบมากกว่าเรื่องสิทธิมนุษยชน เพราะมันกลายเป็นต้นทุนแฝงที่บดบังความโปร่งใสและตัดโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง
Key facts
- พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการถูกฟ้องมากที่สุดคือการเผยแพร่ข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งคิดเป็น 28% ของคดีทั้งหมด สะท้อนว่าเพียงแค่คนธรรมดาหยิบมือถือขึ้นมาโพสต์ตรวจสอบสิ่งแวดล้อม สิทธิแรงงาน หรือหลักธรรมาภิบาลในองค์กร
- แค่คุณกดแชร์โพสต์เตือนภัยเรื่องโรงงานปล่อยมลพิษแถวบ้าน วันดีคืนดีอาจมีหมายศาลเรียกค่าเสียหายร้อยล้านส่งตรงถึงหน้าประตู นี่คือปัญหาของ ‘SLAPP’ หรือการฟ้องปิดปากที่ผลการศึกษาจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติชี้ว่ากำลังระบาดในไทย
- เบื้องหลังอาวุธกฎหมายที่ไม่ได้มุ่งชนะคดีแต่ตั้งใจทำลายชีวิต
- ผลการศึกษาจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติหรือ UNPD ระบุว่าตั้งแต่ปี 2001 ถึง 2022 ประเทศไทยพบกลุ่มคดีที่เข้าข่ายการฟ้องปิดปากโดยภาคธุรกิจและรัฐวิสาหกิจสูงถึง 109 คดี และมีผู้ถูกฟ้องร้องรวมกันมากกว่า 400 คน
Summary
ความน่ากลัวของบริบทกฎหมายไทยคือสามารถฟ้องได้ทั้งทางแพ่งและทางอาญาควบคู่กัน ซึ่งคดีอาญาจะสร้างประวัติอาชญากรรมติดตัว ทำให้คนทำงานสูญเสียโอกาสในการสมัครงานในอนาคตและเดินทางไปต่างประเทศได้ยากลำบาก
พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการถูกฟ้องมากที่สุดคือการเผยแพร่ข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งคิดเป็น 28% ของคดีทั้งหมด สะท้อนว่าเพียงแค่คนธรรมดาหยิบมือถือขึ้นมาโพสต์ตรวจสอบสิ่งแวดล้อม สิทธิแรงงาน หรือหลักธรรมาภิบาลในองค์กร ก็มีความเสี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับมาตรการทางกฎหมายทันที
สมมติว่าพนักงานออฟฟิศคนหนึ่งไปเจอข้อมูลการทุจริตในท้องถิ่นแล้วเอามาแชร์ต่อ การโพสต์หนึ่งครั้งอาจถูกตีความเป็นหนึ่งกรณีความผิด หากแชร์หลายครั้งก็อาจได้หมายศาลกองเต็มบ้านพร้อมตัวเลขเรียกค่าเสียหายทางแพ่งหลักร้อยล้านบาท