The Standard
นิด้าโพลไตรมาส 2 ‘ณัฐพงษ์’ ยังครองอันดับ 1 ‘อนุทิน-ภูมิใจไทย’ คะแนนนิยมร่วง เพื่อไทยไล่จี้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
วันนี้ (5 กรกฎาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง ‘การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ วันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,500 หน่วย
Key facts
- วันนี้ (5 กรกฎาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง ‘การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ วันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569
- เมื่อเปรียบเทียบกับผลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งสำรวจเมื่อเดือนมีนาคม 2569 พบว่า ภาพรวมคะแนนนิยมของผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีปรับตัวลดลงเกือบทุกคน โดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยังคงครองอันดับ 1
- อันดับ 11 ร้อยละ 1.32 ระบุว่าเป็น จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) และร้อยละ 3.68 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม) จตุพร บุรุษพัฒน์ (พรรคโอกาสใหม่) นางสาวตรีนุช เทียนทอง (พรรคพลังประชารัฐ)
- ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 34.80 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 17.00 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 16.84 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 12.68
Summary
เมื่อเปรียบเทียบกับผลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งสำรวจเมื่อเดือนมีนาคม 2569 พบว่า ภาพรวมคะแนนนิยมของผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีปรับตัวลดลงเกือบทุกคน โดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยังคงครองอันดับ 1 แม้คะแนนจะลดลงจากร้อยละ 30.60 เหลือ 26.08 หรือลดลงร้อยละ 4.52 สะท้อนว่ายังรักษาฐานความนิยมไว้ได้ แม้คะแนนจะอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อน
ขณะที่ อนุทิน ชาญวีรกูล ยังคงอยู่อันดับ 2 แต่เป็นผู้ที่คะแนนลดลงมากที่สุดในกลุ่มผู้นำ จากร้อยละ 29.40 เหลือ 21.68 หรือลดลงร้อยละ 7.72 ส่งผลให้ช่องว่างระหว่างอันดับ 1 และอันดับ 2 ขยายจากร้อยละ 1.20 ในการสำรวจครั้งก่อน เป็นร้อยละ 4.40 ในการสำรวจครั้งนี้
หากพิจารณาพรรคการเมืองขนาดกลางและขนาดเล็ก พบว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ มีคะแนนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.76 เป็น 2.96 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.20 พรรคไทยภักดี เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.28 เป็น 2.76 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.48 พรรคไทยสร้างไทย เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.24 เป็น 1.92 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.68 และพรรคเสรีรวมไทย เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.64 เป็น 1.60 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.96 ขณะที่ พรรคเศรษฐกิจ เป็นพรรคเดียวในกลุ่มนี้ที่คะแนนลดลง จากร้อยละ 2.44 เหลือ 2.04 หรือลดลงร้อยละ 0.40